01 · ระดับ 1คุณกดอะไร เสียค่าใช้จ่ายเท่าไร และเงินของคุณอยู่ที่ไหนจริง ๆ สิบห้าบทเรียน แต่ละบทตอบคำถามที่เจ้าของบัญชีมือใหม่ถาม
พื้นฐาน: การเทรดและบัญชีทำงานอย่างไร
- 1.1
เกิดอะไรขึ้นเมื่อคุณกด Buy
คำสั่งซื้อออกจากแพลตฟอร์มของคุณ ถูกจับคู่ที่ราคาหนึ่ง กลายเป็นสถานะเปิด และจบลงเมื่อคุณปิดมัน สี่ขั้นตอน และค่าใช้จ่ายทุกอย่างผูกกับขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่ง
- 1.2
คู่สกุลเงินและราคาเสนอ: 1.0850 หมายถึงอะไร
ราคาเสนอคือราคาของสกุลเงินแรกในหน่วยของสกุลเงินที่สอง ตัวเลขที่คุณเห็นเคลื่อนไหวที่ตำแหน่งทศนิยมสุดท้าย และตำแหน่งนั้นมีมูลค่าเป็นเงิน
- 1.3
หนึ่ง pip มีค่าเป็นเงินเท่าไร
pip คือหน่วยราคามาตรฐานที่เล็กที่สุด มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับขนาดล็อตและคู่สกุลเงิน ดังนั้นการเคลื่อนไหว 20 pip จึงให้ผลตอบแทนต่างกันในแต่ละเทรด
- 1.4
ล็อต: มาตรฐาน มินิ และไมโคร
ล็อตคือปริมาณของเครื่องมือที่หนึ่งเทรดควบคุม มาตรฐานคือ 100,000 หน่วย มินิคือหนึ่งในสิบของนั้น ไมโครคือหนึ่งในร้อย
- 1.5
ค่าใช้จ่ายสามอย่าง: สเปรด คอมมิชชัน และสวอป
คุณจ่ายสเปรดตอนเข้า จ่ายคอมมิชชันในบัญชีบางประเภท และจ่ายสวอปสำหรับทุกคืนที่สถานะเปิดอยู่ ทั้งสามอย่างรู้ล่วงหน้าก่อนเทรด
- 1.6
สวอปข้ามคืนและบัญชีปลอดสวอป
สวอปคือค่าใช้จ่ายรายวันในการถือสถานะที่มีเลเวอเรจ บัญชีปลอดสวอปตัดค่านี้ออกและมักแทนที่ด้วยค่าใช้จ่ายอื่น
- 1.7
เลเวอเรจและมาร์จิน: เงินของคุณในเทรดมีเท่าไร
เลเวอเรจกำหนดว่าสถานะที่เงินฝากของคุณรองรับได้ใหญ่แค่ไหน มาร์จินคือส่วนของเงินคุณที่ถูกล็อกไว้กับสถานะขณะเทรดเปิดอยู่
- 1.8
ประเภทคำสั่ง: market, limit, stop
คำสั่ง market ใช้ราคาปัจจุบัน คำสั่ง limit รอราคาที่ดีกว่า คำสั่ง stop ทำงานเมื่อราคาไปถึงราคาที่แย่กว่า
- 1.9
Stop loss และ take profit
สองคำสั่งที่คุณผูกกับสถานะ: อันหนึ่งปิดที่ขาดทุนที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า อีกอันปิดที่กำไรที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า
- 1.10
MT4, MT5 และ cTrader: เลือกอันไหน
แพลตฟอร์มทั้งสามต่างกันที่เครื่องมือ การจัดการคำสั่ง และวิธีรายงานค่าใช้จ่าย การเลือกเปลี่ยนได้ แต่ประเภทบัญชีที่อยู่ข้างหลังเปลี่ยนยากกว่า
- 1.11
เทรดจากมือถือ
แอปบนมือถือทำได้ทุกอย่างที่เดสก์ท็อปทำได้ ยกเว้นแสดงกราฟให้ดูไม่พอ สิ่งที่เปลี่ยนไปในการตัดสินใจของคุณคือบทเรียน
- 1.12
บัญชีทดลอง: สอนอะไรและโกหกตรงไหน
บัญชีทดลองสอนเรื่องแพลตฟอร์มและตัวเลขได้อย่างตรงไปตรงมา แต่สอนการจับคู่คำสั่งในตลาดที่เคลื่อนไหวเร็วไม่ได้ และสอนความรู้สึกเมื่อเสียเงินจริงไม่ได้
- 1.13
ประเภทบัญชี: มาตรฐาน, สเปรดดิบ, เซนต์
การเทรดเดียวกันมีต้นทุนต่างกันในบัญชีแต่ละประเภท บัญชีสเปรดดิบย้ายต้นทุนไปเป็นค่าคอมมิชชันแทนที่จะกำจัดมันออกไป
- 1.14
การเปิดบัญชีและการผ่านการยืนยันตัวตน
โบรกเกอร์ที่มีใบอนุญาตต้องขอเอกสารอะไรบ้าง ทำไมต้องขอ และการตรวจสอบใดที่ทำให้ใบสมัครล่าช้า
- 1.15
การฝากและถอนด้วยวิธีในประเทศ
วิธีชำระเงินในประเทศใดบ้างที่ไปถึงโบรกเกอร์ แต่ละช่วงใช้เวลานานเท่าใด และทำไมการถอนมักต้องย้อนกลับไปทางเดียวกับที่ฝากมา
สิ่งที่คุณจะทำได้เมื่อจบระดับนี้
เมื่อเริ่มระดับนี้ คุณอาจยังไม่รู้ว่าการกดปุ่ม Buy ในแพลตฟอร์มหมายถึงอะไร และเงินที่ใช้เทรดถูกเก็บไว้ที่ใด จบระดับนี้ คุณจะอธิบายได้เองว่าคำสั่งซื้อขายทำงานอย่างไร ราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายคืออะไร และทำไมราคาที่คุณเห็นจึงขยับตลอดเวลา คุณจะรู้ว่าค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงมีอะไรบ้าง และคำนวณออกมาเป็นเงินบาทได้
คุณจะเข้าใจเรื่องล็อตและเลเวอเรจว่ามันเปลี่ยนจำนวนเงินที่ต้องวางเป็นหลักประกันอย่างไร รวมถึงรู้ว่าคำสั่งแบบ market, limit และ stop ต่างกันตรงไหน และ stop loss กับ take profit ช่วยจำกัดความเสียหายได้จริงหรือไม่ คุณจะรู้จักแพลตฟอร์ม MT4, MT5 และ cTrader ว่าต่างกันแค่ไหน และการเทรดจากมือถือมีข้อจำกัดอะไร
ท้ายที่สุด คุณจะเปิดบัญชีทดลอง รู้ว่ามันสอนอะไรและไม่สอนอะไร รู้จักประเภทบัญชีมาตรฐาน สเปรดดิบ และเซนต์ ตลอดจนขั้นตอนการยืนยันตัวตนและการฝากถอนผ่านธนาคารหรือ PromptPay ระดับนี้ไม่ได้ทำให้คุณเทรดเก่งขึ้นในทันที แต่ทำให้คุณรู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และค่าใช้จ่ายแต่ละอย่างคิดเป็นเงินบาทเท่าไร
ลำดับความคิดที่ทำให้ตัวเลขในบัญชีไม่น่าแปลกใจ
บทเรียนเรียงจากสิ่งที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อคุณกดคำสั่ง ไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นก่อนและหลังการเทรด คุณจะเริ่มจากคู่สกุลเงินและราคาเสนอ เช่น USD/THB ที่ประมาณ 36.4500 แล้วจึงเข้าใจว่าหนึ่ง pip คืออะไรและคิดเป็นเงินบาทได้เท่าไร จากนั้นจึงขยับไปที่ขนาดล็อต เพราะจำนวนเงินต่อ pip ขึ้นอยู่กับขนาดที่คุณเลือก
เมื่อรู้จักขนาดล็อตแล้ว จึงเรียนเรื่องค่าใช้จ่ายสามอย่าง ได้แก่ สเปรด คอมมิชชัน และสวอป ซึ่งเป็นตัวเลขที่หักจากบัญชีของคุณโดยตรง ต่อด้วยสวอปข้ามคืนและบัญชีปลอดสวอป จากนั้นจึงเข้าสู่เลเวอเรจและมาร์จิน ซึ่งอธิบายว่าทำไมเงินหลักประกันจึงน้อยกว่มูลค่าสัญญา และทำไมการขาดทุนเล็กน้อยอาจกินเงินประกันหมดได้
ส่วนท้ายของระดับนี้เป็นเรื่องปฏิบัติ ได้แก่ ประเภทคำสั่ง stop loss และ take profit การเลือกแพลตฟอร์ม การเทรดจากมือถือ บัญชีทดลอง ประเภทบัญชี ขั้นตอนเปิดบัญชีและยืนยันตัวตน และการฝากถอนในประเทศ ลำดับนี้ทำให้คุณเห็นภาพว่าเงินของคุณไหลจากธนาคารเข้าบัญชีเทรด กลายเป็นหลักประกัน ถูกหักค่าใช้จ่าย และกลับออกมาได้อย่างไร
จุดที่มือใหม่มักเข้าใจคลาดเคลื่อนและเวลาที่ใช้จริง
หลายคนคิดว่าเลเวอเรจคือเงินกู้ที่ทำให้รวยเร็ว แต่จริง ๆ แล้วมันคือการลดเงินประกันที่ต้องวาง ทำให้ทั้งกำไรและขาดทุนคิดจากมูลค่าสัญญาที่ใหญ่กว่าที่คุณมี อีกจุดที่พลาดบ่อยคืออ่านราคาเสนอซื้ออย่างเดียว โดยลืมว่าราคาที่คุณซื้อคือราคาเสนอขาย ซึ่งสูงกว่าราคาที่คุณขายเสมอ ส่วนต่างนี้คือสเปรดที่คุณจ่ายทันทีที่เปิดสถานะ
อีกเรื่องที่ทำให้สับสนคือค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้อยู่ในราคา เช่น คอมมิชชันต่อล็อตและสวอปข้ามคืน ซึ่งจะปรากฏในรายการเดินบัญชีหรือหักจากยอดคงเหลือโดยไม่แสดงบนกราฟ บางคนจึงคิดว่าตนขาดทุนจากทิศทางราคาเพียงอย่างเดียว ทั้งที่จริง ๆ แล้วค่าธรรมเนียมกินไปส่วนหนึ่ง
สำหรับเวลาที่ใช้จริง สิบห้าบทเรียนนี้ใช้เวลาอ่านและทำความเข้าใจประมาณ 4 ถึง 6 ชั่วโมง หากรวมเวลาทดลองกดคำสั่งในบัญชีทดลองและจดตัวเลขค่าใช้จ่ายจริง อาจใช้เวลาหนึ่งถึงสองสัปดาห์เมื่อเรียนวันละ 30 ถึง 45 นาที ระดับนี้ไม่ต้องรีบ เพราะเป้าหมายคือความเข้าใจพื้นฐาน ไม่ใช่การเทรดจริงด้วยเงินมาก
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
คุณกำลังจะทำตามลำดับสั้น ๆ เพื่อเริ่มระดับนี้อย่างมีทิศทาง เริ่มจากการเตรียมเครื่องมือและบัญชีทดลอง แล้วจึงลงมืออ่านและทดลองตามบทเรียน
- 01
เตรียมอุปกรณ์และอินเทอร์เน็ต
เลือกใช้คอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์ที่มีหน้าจออ่านตัวเลขได้ชัด และต่ออินเทอร์เน็ตที่เสถียรพอสำหรับเปิดแพลตฟอร์มทดลอง ไม่จำเป็นต้องซื้ออุปกรณ์ใหม่ เพราะการเรียนระดับนี้ใช้เพียงการอ่านกราฟและจดตัวเลข
- 02
เปิดบัญชีทดลองกับโบรกเกอร์ที่คุณสนใจ
กรอกข้อมูลพื้นฐานและเลือกบัญชีทดลองที่มีสกุลเงินเป็น THB หรือ USD ตามที่ระบบมีให้ บัญชีทดลองไม่ใช้เงินจริง จึงปลอดภัยต่อการทดลองกดคำสั่งผิด จำไว้ว่าผลลัพธ์ในบัญชีทดลองไม่เหมือนบัญชีจริง เพราะไม่มีอารมณ์และเงินจริงเข้ามาเกี่ยวข้อง
- 03
จดตัวเลขจากบทเรียนแรก ๆ
เริ่มจากอ่านบทเรียนเรื่องคู่สกุลเงินและราคาเสนอ แล้วจดราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายของ USD/THB ลงในสมุด บันทึกว่าสเปรดคิดเป็นกี่ pip และเมื่อเรียนเรื่อง pip ให้นำตัวเลขนั้นมาคำนวณเป็นเงินบาทตามขนาดล็อตที่กำหนด
- 04
ทดลองกดคำสั่งในบัญชีทดลอง
หลังเรียนเรื่องประเภทคำสั่ง ให้ลองตั้งคำสั่ง market, limit และ stop ในบัญชีทดลองทีละอย่าง สังเกตว่าคำสั่งไหนเข้าทันทีและคำสั่งไหนรอราคา จากนั้นลองตั้ง stop loss และ take profit เพื่อดูว่ามันทำงานอย่างไรเมื่อราคาแตะระดับที่ตั้งไว้
- 05
คำนวณค่าใช้จ่ายจริงต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
ใช้ตัวเลขสเปรด คอมมิชชัน และสวอปจากบทเรียน คำนวณว่าการเปิดและปิดสถานะหนึ่งครั้งกับ USD/THB ขนาด 0.01 ล็อต มีค่าใช้จ่ายรวมประมาณกี่บาท ตัวเลขนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าต้นทุนการเทรดไม่ได้มีแค่ราคาที่เคลื่อนไหว
- 06
ทบทวนและเตรียมพร้อมสำหรับระดับถัดไป
ก่อนจบระดับนี้ ให้กลับไปอ่านบันทึกของคุณและตรวจว่าอธิบายได้ครบทุกหัวข้อหรือไม่ หากยังติดตรงไหน ให้ทำซ้ำเฉพาะบทนั้นในบัญชีทดลอง ระดับต่อไปจะต่อยอดจากความเข้าใจพื้นฐานนี้ ดังนั้นอย่าข้ามขั้นตอนเพื่อความเร็ว
คำถามที่มักตามมา
หนึ่ง pip คิดเป็นเงินบาทได้อย่างไร
หนึ่ง pip คือการขยับตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่สี่ของราคาส่วนใหญ่ สำหรับ USD/THB ที่ประมาณ 36.4500 การขยับหนึ่ง pip จึงเท่ากับ 0.0001 บาทต่อหนึ่งหน่วยดอลลาร์ มูลค่าเป็นเงินบาทจึงเท่ากับ 0.0001 คูณขนาดสัญญาเป็นดอลลาร์ แล้วแปลงกลับด้วยราคานั้น ตัวเลขที่ได้จะเปลี่ยนตามขนาดล็อตและราคาที่ใช้จริง
ทำไมเงินที่วางเป็นหลักประกันจึงน้อยกว่ามูลค่าสัญญา
เพราะเลเวอเรจลดสัดส่วนเงินประกันที่ต้องวางไว้ล่วงหน้า ไม่ได้เพิ่มเงินในบัญชีของคุณ กำไรและขาดทุนยังคิดจากมูลค่าสัญญาเต็มจำนวน เงินประกันจึงถูกใช้เป็นกันชนเมื่อราคาเคลื่อนสวนทาง ถ้าราคาแกว่งแรงพอ กันชนนั้นอาจหมดก่อนที่คุณจะปิดสถานะด้วยตัวเอง
ค่าใช้จ่ายใดหักจากบัญชีทันทีที่เปิดสถานะ
สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย คุณจ่ายส่วนนี้ทันทีเพราะเปิดด้วยราคาหนึ่งและปิดด้วยอีกราคาหนึ่ง คอมมิชชันคิดต่อล็อตและหักตามรอบที่โบรกเกอร์กำหนด ส่วนสวอปหักหรือเพิ่มเมื่อถือสถานะข้ามคืน อัตราของทั้งสามอย่างแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมของที่คุณใช้เอง
บัญชีทดลองกับบัญชีจริงต่างกันตรงไหน
บัญชีทดลองใช้ราคาและคำสั่งคล้ายของจริง จึงฝึกกดคำสั่งและดูผลได้โดยไม่เสี่ยงเงิน แต่ราคาที่ได้อาจไม่ตรงกับตลาดจริงทุกวินาที และไม่มีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนตอนใช้เงินตัวเอง สิ่งที่บัญชีทดลองสอนได้ดีคือขั้นตอนการวางคำสั่งและ stop loss สิ่งที่มันสอนไม่ได้คือความรู้สึกเมื่อขาดทุนจริง
เปิดบัญชีต้องใช้เอกสารอะไรและรอนานเท่าไร
โดยทั่วไปต้องใช้บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง และหลักฐานที่อยู่ซึ่งออกไม่เกินระยะเวลาที่กำหนด ขั้นตอนยืนยันตัวตนเป็นข้อกำหนดของ SEC Thailand และโบรกเกอร์ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ระยะเวลาตรวจสอบแตกต่างกันในแต่ละแห่ง บางรายเสร็จภายในวันเดียว บางรายใช้หลายวันทำการ จึงควรเผื่อเวลาไว้ก่อนวางแผนฝากเงิน
ฝากและถอนด้วยวิธีในประเทศใช้เวลานานเท่าไร
การโอนผ่านธนาคารและ PromptPay เป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทย เงินฝากมักเข้าบัญชีเทรดเร็วเพราะเป็นการโอนภายในประเทศ ส่วนการถอนต้องผ่านการตรวจสอบของโบรกเกอร์ก่อน แล้วจึงเข้าบัญชีธนาคารของคุณ ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรอบการดำเนินการของแต่ละแห่ง จึงไม่ควรถือว่าเงินถึงบัญชีทันทีในทุกกรณี
คำที่ใช้ในหน้านี้
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขายที่คุณเห็นบนหน้าจอ คุณเข้าด้วยราคาหนึ่งและออกด้วยอีกราคาหนึ่ง ส่วนต่างนี้จึงเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดทันที สเปรดกว้างหรือแคบขึ้นอยู่กับคู่สกุลเงินและช่วงเวลาที่เทรด
- มาร์จิน
- เงินส่วนหนึ่งในบัญชีที่ถูกกันไว้เป็นประกันเมื่อคุณเปิดสถานะ มันไม่ใช่ค่าธรรมเนียมและยังเป็นเงินของคุณ แต่ถูกใช้เป็นกันชนเมื่อราคาเคลื่อนสวนทาง ถ้าเงินส่วนนี้ลดลงต่ำกว่าเกณฑ์ โบรกเกอร์อาจเรียกให้เติมหรือปิดสถานะ
- ล็อต
- หน่วยนับขนาดของสถานะที่คุณเปิด หนึ่งล็อตมาตรฐานใหญ่กว่าหนึ่งล็อตมินิ และมินิใหญ่กว่าไมโคร ขนาดที่เลือกกำหนดว่าการขยับหนึ่ง pip คิดเป็นเงินเท่าไร คุณจึงควรเลือกล็อตให้พอดีกับเงินในบัญชี
- สวอป
- จำนวนเงินที่หักหรือเพิ่มเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน มันคิดจากส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่ที่คุณเทรด บางบัญชีถูกออกแบบให้ไม่มีสวอป แต่ค่าใช้จ่ายอื่นอาจสูงกว่า จึงควรเปรียบเทียบก่อนเลือก
- คำสั่ง stop
- คำสั่งที่รอไว้ให้เข้าสถานะเมื่อราคาแตะระดับที่กำหนด มันต่างจากคำสั่ง limit ตรงทิศทางที่รอไว้ และต่างจากคำสั่ง market ที่เข้าทันที ใช้เมื่อคุณต้องการเข้าตลาดตามการเคลื่อนที่ของราคา
สิ่งที่ควรจดจำ
- หนึ่ง pip และค่าใช้จ่ายทุกอย่างคำนวณออกมาเป็นบาทได้ เมื่อรู้ขนาดล็อตและราคาที่ใช้จริง
- เลเวอเรจลดเงินประกันที่ต้องวาง ไม่ได้เพิ่มเงินในบัญชี และไม่เปลี่ยนทิศทางของกำไรหรือขาดทุน
- อ่านตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ที่คุณใช้เอง เพราะสเปรด คอมมิชชัน และสวอปแตกต่างกันในแต่ละแห่ง
- ระดับนี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงถึงสองสามสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับว่าคุณทดลองกดคำสั่งในบัญชีทดลองบ่อยแค่ไหน