Stop loss และ take profit
ระดับราคาที่คำสั่งทำงานไม่ใช่ราคาที่คุณเห็นบนหน้าจอ
stop loss และ take profit เป็นคำสั่งที่ผูกกับสถานะ แต่ราคาที่คำสั่งทำงานจริงไม่จำเป็นต้องเท่ากับระดับที่คุณตั้งไว้ ราคาในตลาดเคลื่อนที่ตลอดเวลา และคำสั่งจะทำงานเมื่อมีราคาที่ตรงหรือเลยระดับนั้น ไม่ใช่เมื่อหน้าจอแสดงเลขนั้นพอดี ถ้าตลาดกระโดดข้ามระดับที่ตั้งไว้ คำสั่งจะทำงานที่ราคาถัดไปที่หาได้ ไม่ใช่ที่ระดับเดิม
ช่องว่างนี้เกิดจากสองเรื่อง เรื่องแรกคือราคาเสนอซื้อและราคาเสนอขายต่างกัน ส่วนต่างนี้เป็นรายได้ของโบรกเกอร์และมีอยู่ทุกคำสั่ง เรื่องที่สองคือช่วงที่ตลาดเงียบ เช่น ช่วงข่าวหรือช่วงที่ตลาดปิด ราคาอาจขยับเป็นขั้นใหญ่โดยไม่มีราคาคั่นกลางให้คำสั่งทำงานที่ระดับที่ตั้งไว้
ผลคือจำนวนเงินที่คุณคำนวณไว้ล่วงหน้าอาจไม่ตรงกับที่เกิดขึ้นจริง ในทางปฏิบัติคุณควรถือว่าตัวเลขที่คำนวณได้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าที่รับประกัน ขนาดของความคลาดเคลื่อนนี้แตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่
สิ่งที่คุณทำได้คือเลือกโบรกเกอร์ที่เปิดเผยเงื่อนไขการทำงานของคำสั่งไว้ชัดเจน และทดลองดูว่าราคาที่คำสั่งทำงานจริงต่างจากระดับที่ตั้งไว้เท่าไรในบัญชีทดลอง ข้อมูลนี้มีประโยชน์กว่าการเดา เพราะมันมาจากตลาดและโบรกเกอร์ที่คุณใช้จริง
การวางสองคำสั่งพร้อมกันกับทิศทางของสถานะ
สถานะที่เปิดอยู่มีทิศทางเดียว คือซื้อหรือขาย stop loss และ take profit จึงต้องวางให้สอดคล้องกับทิศทางนั้น ถ้าคุณเปิดสถานะซื้อ stop loss จะอยู่ต่ำกว่าราคาที่เปิด และ take profit จะอยู่สูงกว่า ถ้าคุณเปิดสถานะขาย ตำแหน่งจะกลับกัน
ถ้าวางสลับข้าง คำสั่งจะทำงานทันทีที่ราคาแตะระดับนั้น เพราะราคาปัจจุบันอยู่ในด้านที่ผิดแล้ว การวางผิดด้านจึงไม่ใช่การจำกัดความเสี่ยง แต่เป็นการปิดสถานะทันทีด้วยผลลัพธ์ที่คุณไม่ได้เลือก
ระยะห่างจากราคาที่เปิดถึง stop loss คือจำนวนจุดที่คุณยอมให้ราคาแกว่งก่อนยอมแพ้ ระยะห่างถึง take profit คือจำนวนจุดที่คุณต้องการเก็บ ตัวเลขสองตัวนี้เมื่อคูณกับมูลค่าต่อจุดของขนาดล็อต จะกลายเป็นจำนวนเงินที่คุณกำลังเสี่ยงและจำนวนเงินที่คุณหวังไว้
การเลือกตัวเลขสองตัวนี้ไม่ควรมาจากความรู้สึกว่าควรได้เท่าไร แต่มาจากการดูว่าราคาเคลื่อนที่ปกติกี่จุดในช่วงเวลาที่คุณถือสถานะ ถ้าตั้ง stop loss แคบกว่านั้น ราคาที่แกว่งตามปกติจะปิดสถานะของคุณก่อนที่เหตุผลที่คุณเปิดสถานะจะได้ทำงาน
การปรับคำสั่งหลังเปิดสถานะ
เมื่อราคาเคลื่อนไปในทางที่คุณต้องการ คุณสามารถเลื่อน stop loss ตามราคาเพื่อล็อกกำไรบางส่วนไว้ การเลื่อนแบบนี้เปลี่ยนความเสี่ยงที่เหลืออยู่ แต่ไม่เปลี่ยนความจริงว่ากำไรหรือขาดทุนจะเกิดเมื่อคำสั่งทำงานเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่ปิด ตัวเลขบนหน้าจอยังไม่ใช่เงินในบัญชี
การเลื่อน stop loss เข้ามาใกล้ราคาปัจจุบันมากเกินไปทำให้สถานะถูกปิดด้วยการแกว่งปกติ ไม่ใช่เพราะการคาดการณ์ผิด ระยะที่ปลอดภัยจึงควรอ้างอิงจากพฤติกรรมของราคา ไม่ใช่จากความอยากล็อกกำไรให้ได้มากที่สุด
take profit ก็ปรับได้เช่นกัน แต่การเลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพื่อหวังมากกว่าเดิมทำให้แผนเดิมหายไป และทำให้คุณไม่มีจุดที่รู้ล่วงหน้าว่าจะออกเมื่อไร การตั้งตัวเลขไว้ตั้งแต่ต้นแล้วยึดตามนั้นทำให้คุณวัดผลได้ว่าการตัดสินใจครั้งนั้นดีหรือไม่
การปรับคำสั่งเป็นเรื่องของแผน ไม่ใช่ของอารมณ์ ถ้าเหตุผลในการเลื่อนคือกลัวว่าจะเสียกำไรที่ยังไม่เกิด แปลว่าตัวเลขที่ตั้งไว้ตอนแรกอาจไม่ตรงกับความเสี่ยงที่คุณรับได้จริง การแก้ที่ถูกคือปรับขนาดล็อตให้เล็กลง ไม่ใช่เลื่อนคำสั่งไปมา
ทำไมคำสั่งหนึ่งอาจไม่ทำงานตอนราคากระโดดข้ามระดับ
ราคาในตลาดจริงไม่ได้ขยับทีละจุดอย่างต่อเนื่อง บางช่วงมีข่าวหรือช่วงเปิดตลาดที่ราคาเคลื่อนเร็วมาก ราคาอาจกระโดดข้ามระดับที่คุณตั้งไว้ไปเลยก็ได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นคำสั่งจะทำงานที่ราคาแรกที่มีคู่ค้าในตลาด ไม่ใช่ที่ระดับของคุณ ผลคือขาดทุนจริงอาจมากกว่าที่คำนวณไว้จากจำนวนจุด เช่น ถ้าคุณตั้ง stop loss ไว้ 15 จุดบน 0.10 ล็อต คุณคำนวณขาดทุนไว้ ฿15 แต่ราคาอาจข้ามไปทำงานที่ห่างออกไป ทำให้ตัวเลขจริงสูงกว่านั้น
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่ความผิดพลาดของระบบ แต่เป็นธรรมชาติของตลาดที่ราคาต้องมีอีกฝั่งมารับซื้อรับขายเสมอ ช่วงที่สภาพคล่องบาง จำนวนคำสั่งซื้อขายน้อยกว่าปกติ การเลื่อนของราคายิ่งกว้างขึ้น ระยะห่างนี้แตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา จึงบอกเป็นตัวเลขตายตัวไม่ได้ว่ากว้างเท่าไร
วิธีรับมือทำได้ด้วยการเผื่อระยะไว้ในแผนตั้งแต่ต้น แทนที่จะคิดว่าขาดทุนสูงสุดคือ ฿20 พอดี ให้คิดว่าอาจมากกว่านั้นได้บ้าง และกำหนดขนาดล็อตให้เล็กพอที่แม้ตัวเลขจริงสูงขึ้นก็ยังอยู่ในระดับที่รับได้ การวางแผนแบบนี้ทำให้คุณไม่ต้องตัดสินใจตอนที่ราคากำลังวิ่ง ซึ่งเป็นจังหวะที่ตัดสินใจได้ยากที่สุด
ตัวอย่าง: 0.10 ล็อต กับ stop 20 จุด และ take 40 จุด
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดสถานะ | 0.10 ล็อต | หนึ่งในสิบของ 1 สแตนดาร์ดล็อต |
| มูลค่าต่อหนึ่งจุด | ฿1 | ฿10 ต่อจุดบน 1 ล็อต คูณด้วย 0.10 |
| ระยะ stop loss | 20 จุด | ระยะห่างจากราคาเปิดถึงระดับที่ตั้งปิดขาดทุน |
| ผลขาดทุนถ้า stop ทำงาน | −฿20 | 20 จุด คูณ ฿1 ต่อจุด |
| ระยะ take profit | 40 จุด | ระยะห่างจากราคาเปิดถึงระดับที่ตั้งปิดกำไร |
| ผลกำไรถ้า take ทำงาน | +฿40 | 40 จุด คูณ ฿1 ต่อจุด |
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างราคาที่โบรกเกอร์อาจคิดเพิ่ม และราคาที่คำสั่งทำงานจริงอาจต่างจากระดับที่ตั้งไว้เล็กน้อย ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และสภาพตลาด
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
สี่ขั้นตอนต่อไปนี้พาคุณตั้งค่าสองคำสั่งบนสถานะเดียว โดยเริ่มจากจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ แล้วแปลงเป็นจุดตามขนาดล็อตที่คุณเลือก
- 01
กำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ต่อสถานะ
เลือกจำนวนเงินเป็นบาทที่คุณยอมเสียได้จริงถ้าสถานะนี้ปิดที่ขาดทุน ตัวเลขนี้ควรเป็นส่วนเล็กของเงินในบัญชี ไม่ใช่จำนวนที่ทำให้คุณต้องเปลี่ยนแผนอื่นในชีวิต ตัวอย่างเช่น ฿20 สำหรับบัญชีขนาดเล็ก
- 02
แปลงจำนวนเงินเป็นจำนวนจุด
หารจำนวนเงินด้วยมูลค่าต่อจุดของขนาดล็อตที่คุณจะใช้ บน USD/THB ขนาด 0.10 ล็อต หนึ่งจุดเท่ากับ ฿1 ดังนั้น ฿20 เท่ากับ 20 จุด ผลลัพธ์คือระยะห่างจากราคาที่เปิดถึงระดับ stop loss
- 03
ตรวจว่าระยะนั้นกว้างพอหรือไม่
ดูว่าราคา USD/THB เคลื่อนที่กี่จุดในช่วงเวลาที่คุณตั้งใจถือสถานะ ถ้าระยะ 20 จุดแคบกว่าการแกว่งปกติในหนึ่งวัน ราคาอาจปิดสถานะก่อนที่เหตุผลของคุณจะได้ทำงาน ทางเลือกคือลดขนาดล็อตลงเพื่อให้ระยะห่างมากขึ้นโดยที่จำนวนเงินที่เสี่ยงยังเท่าเดิม
- 04
ตั้ง take profit ให้สอดคล้องกับแผน
เลือกจำนวนจุดที่คุณจะเก็บกำไร แล้วคำนวณเป็นบาทด้วยวิธีเดียวกัน ที่ขนาด 0.10 ล็อต 40 จุดเท่ากับ ฿40 สัดส่วนกำไรต่อขาดทุนคือ 2 ต่อ 1 เขียนตัวเลขนี้ไว้ก่อนเปิดสถานะ ไม่ใช่หลังราคาเคลื่อนไปแล้ว
- 05
วางคำสั่งทั้งสองพร้อมกับสถานะ
ถ้าเปิดสถานะซื้อ ให้วาง stop loss ต่ำกว่าราคาที่เปิดและ take profit สูงกว่า ถ้าเปิดสถานะขาย ให้กลับกัน ตรวจว่าระดับที่กรอกตรงกับจำนวนจุดที่คำนวณไว้ ไม่ใช่ตัวเลขที่ดูกลมสวย
- 06
บันทึกผลหลังคำสั่งทำงาน
เมื่อสถานะปิด ให้เทียบจำนวนเงินที่เกิดจริงกับที่คำนวณไว้ ความต่างส่วนหนึ่งมาจากส่วนต่างราคาและค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์คิด ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละแห่ง บันทึกไว้เพื่อดูว่าความคลาดเคลื่อนของคุณเป็นเท่าไรโดยทั่วไป
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือตั้ง stop loss กว้างมากหรือไม่ตั้งเลย เพราะคิดว่าจะรอให้ราคากลับมาเอง วิธีนั้นทำให้ขาดทุนบานปลายจนควบคุมไม่ได้ ทางที่ดีคือกำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ก่อนเปิดสถานะ เช่น ฿20 แล้วคำนวณย้อนกลับว่าเท่ากับกี่จุดที่ขนาดล็อตของคุณ ส่วน take profit ควรตั้งให้สอดคล้องกับแผน ไม่ใช่เลื่อนออกไปเรื่อย ๆ เพราะอยากได้มากกว่าเดิมตรวจสอบตัวเอง
ถ้าเทรด USD/THB ขนาด 0.10 ล็อต ตั้ง stop loss ไว้ 15 จุด จะขาดทุนกี่บาทถ้าคำสั่งทำงาน
หนึ่งจุดบน 0.10 ล็อตเท่ากับ ฿1 ดังนั้น 15 จุด คูณ ฿1 เท่ากับขาดทุน ฿15
ถ้าขนาด 0.20 ล็อต ตั้ง take profit ไว้ 30 จุด จะได้กำไรกี่บาทถ้าคำสั่งทำงาน
หนึ่งจุดบน 0.20 ล็อตเท่ากับ ฿2 ดังนั้น 30 จุด คูณ ฿2 เท่ากับกำไร ฿60
ถ้าตั้ง stop 20 จุด และ take 40 จุด ที่ขนาด 0.10 ล็อต สัดส่วนกำไรต่อขาดทุนเป็นเท่าไร
ขาดทุน ฿20 และกำไร ฿40 ดังนั้นสัดส่วนกำไรต่อขาดทุนคือ 2 ต่อ 1
คำถามที่มักตามมา
ทำไมราคาที่คำสั่งทำงานจริงไม่ตรงกับระดับที่ตั้งไว้
เพราะคำสั่งทำงานเมื่อมีราคาในตลาดที่ตรงหรือเลยระดับนั้น ไม่ใช่เมื่อหน้าจอแสดงเลขนั้นพอดี ราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขายต่างกันเสมอ และส่วนต่างนี้มีอยู่ทุกคำสั่ง ช่วงที่ตลาดเงียบหรือมีข่าว ราคาอาจขยับเป็นขั้นใหญ่โดยไม่มีราคาคั่นกลาง ทำให้คำสั่งไปทำงานที่ราคาถัดไปที่หาได้ ขนาดของความคลาดเคลื่อนนี้แตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา จึงไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกที่
ถ้าวาง stop loss ผิดด้านจะเกิดอะไรขึ้น
ถ้าเปิดสถานะซื้อ stop loss ต้องอยู่ต่ำกว่าราคาที่เปิด ถ้าวางไว้สูงกว่า ราคาปัจจุบันอยู่ในด้านที่ผิดแล้ว คำสั่งจะทำงานทันทีที่ราคาแตะระดับนั้น ผลคือสถานะถูกปิดทันทีด้วยผลลัพธ์ที่คุณไม่ได้เลือก การวางผิดด้านจึงไม่ใช่การจำกัดความเสี่ยง แต่เป็นการปิดสถานะก่อนเวลา
ระยะห่างของ stop loss ควรตั้งจากอะไร
ไม่ควรตั้งจากความรู้สึกว่าอยากได้หรือยอมเสียเท่าไร แต่ควรดูว่าราคาเคลื่อนที่ปกติกี่จุดในช่วงเวลาที่คุณถือสถานะ ถ้าตั้งแคบกว่านั้น ราคาที่แกว่งตามปกติจะปิดสถานะของคุณก่อนที่เหตุผลที่เปิดสถานะจะได้ทำงาน ระยะห่างนี้เมื่อคูณกับมูลค่าต่อจุดของขนาดล็อต จะกลายเป็นจำนวนเงินที่คุณกำลังเสี่ยง
เลื่อน stop loss ตามราคาได้ไหม
ทำได้ เมื่อราคาเคลื่อนไปในทางที่คุณต้องการ คุณสามารถเลื่อน stop loss ตามราคาเพื่อล็อกกำไรบางส่วนไว้ การเลื่อนแบบนี้เปลี่ยนความเสี่ยงที่เหลืออยู่ แต่ไม่เปลี่ยนความจริงว่ากำไรหรือขาดทุนจะเกิดเมื่อคำสั่งทำงานเท่านั้น ตราบใดที่ยังไม่ปิด ตัวเลขบนหน้าจอยังไม่ใช่เงินในบัญชี
ค่าธรรมเนียมและส่วนต่างราคาคิดอย่างไร
ตัวเลขที่คำนวณจากจุดยังไม่รวมค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างราคาที่โบรกเกอร์อาจคิดเพิ่ม ส่วนต่างราคาคือช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย และมีอยู่ทุกคำสั่ง ขนาดของค่าธรรมเนียมและส่วนต่างแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ จึงควรอ่านเงื่อนไขของโบรกเกอร์ที่คุณใช้ก่อนคำนวณ
ทดลองดูราคาที่คำสั่งทำงานจริงได้ที่ไหน
คุณทดลองดูได้ในบัญชีทดลอง โดยสังเกตว่าราคาที่คำสั่งทำงานจริงต่างจากระดับที่ตั้งไว้เท่าไร ข้อมูลนี้มาจากตลาดและโบรกเกอร์ที่คุณใช้จริง จึงมีประโยชน์กว่าการเดา ควรเลือกโบรกเกอร์ที่เปิดเผยเงื่อนไขการทำงานของคำสั่งไว้ชัดเจน เพื่อให้รู้ว่าคำสั่งของคุณจะทำงานอย่างไร
คำที่ใช้ในหน้านี้
- stop loss
- คำสั่งที่ผูกกับสถานะเพื่อปิดเมื่อขาดทุนถึงระดับที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า ระดับนี้ต้องวางให้สอดคล้องกับทิศทางของสถานะ ถ้าวางผิดด้าน คำสั่งจะทำงานทันที
- take profit
- คำสั่งที่ผูกกับสถานะเพื่อปิดเมื่อกำไรถึงระดับที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า ระดับนี้ต้องวางให้สอดคล้องกับทิศทางของสถานะเช่นกัน
- จุด
- หน่วยนับการเคลื่อนที่ของราคา บน USD/THB ขนาด 1 สแตนดาร์ดล็อต หนึ่งจุดเท่ากับ ฿10 ขนาดล็อตที่เทรดกำหนดว่าหนึ่งจุดคิดเป็นกี่บาท
- ส่วนต่างราคา
- ช่องว่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับราคาเสนอขาย ส่วนต่างนี้เป็นรายได้ของโบรกเกอร์และมีอยู่ทุกคำสั่ง ขนาดของส่วนต่างแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์
- สแตนดาร์ดล็อต
- ขนาดสถานะมาตรฐานหนึ่งหน่วย บน USD/THB ขนาดนี้ทำให้หนึ่งจุดเท่ากับ ฿10 ขนาดล็อตอื่นคิดเทียบจากค่านี้
- บัญชีทดลอง
- บัญชีที่ใช้ดูพฤติกรรมของคำสั่งโดยไม่ใช้เงินจริง ใช้สังเกตว่าราคาที่คำสั่งทำงานจริงต่างจากระดับที่ตั้งไว้เท่าไร ข้อมูลนี้มาจากตลาดและโบรกเกอร์ที่คุณใช้จริง
สิ่งที่ควรจดจำ
- ระดับที่ตั้งไว้เป็นเพียงระดับอ้างอิง ราคาที่คำสั่งทำงานจริงอาจต่างออกไปตามส่วนต่างราคาและสภาพตลาด
- stop loss และ take profit ต้องวางให้สอดคล้องกับทิศทางของสถานะ มิฉะนั้นคำสั่งจะทำงานทันที
- ระยะห่างของ stop loss ควรมาจากการดูว่าราคาแกว่งปกติกี่จุด ไม่ใช่จากความรู้สึก
- ตัวเลขที่คำนวณได้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมและส่วนต่างราคา ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์