ข้ามไปยังเนื้อหา

สวอปข้ามคืนและบัญชีปลอดสวอป

พื้นฐาน: การเทรดและบัญชีทำงานอย่างไรอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีในบทนี้คุณจะเห็นว่าการถือสถานะข้ามคืนมีค่าใช้จ่ายกี่บาท และบัญชีปลอดสวอปตัดค่านี้ออกแล้วแทนที่ด้วยอะไร

ตัวอย่างคิดจาก USD/THB ที่ราคา 36.4500 โดยหนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานเท่ากับ ฿10 เพื่อให้ตัวเลขทุกตัวตรวจสอบย้อนกลับได้

เป้าหมายคือให้คุณเทียบค่าใช้จ่ายจริงเป็นบาท ไม่ใช่ดูแค่ค่าคอมมิชชันหรือสเปรดที่หน้าเว็บโบรกเกอร์

00:00สวอปUSD/THB · ชั่วโมง
แผนภาพแสดงสถานะที่เปิดค้างไว้หนึ่งล็อตมาตรฐานข้ามคืน โดยมีลูกศรชี้ไปที่ค่าสวอปซึ่งหักจากยอดเงินในบัญชี เป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ภาพหน้าจอจริง

สวอปเกิดจากส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน

ทุกครั้งที่คุณถือสถานะข้ามคืน โบรกเกอร์จะคำนวณต้นทุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่นั้น คู่ USD/THB จึงมีต้นทุนสองขาที่วิ่งสวนทางกัน ขาที่คุณยืมมาจะถูกคิดดอกเบี้ย และขาที่คุณถืออยู่จะได้รับดอกเบี้ย ตัวเลขสุทธิคือสวอปที่หักหรือบวกเข้าบัญชีคุณ

ทิศทางของสวอปขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายคู่เงินนั้น ถ้าคุณซื้อ USD/THB คุณกำลังถือสกุลที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าและยืมสกุลที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า สวอปอาจเป็นบวกได้ แต่ถ้าคุณขาย USD/THB ทิศทางจะกลับกันและสวอปมักเป็นลบ

อัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลไม่ได้คงที่ตลอดปี เมื่อธนาคารกลางปรับอัตราดอกเบี้ย สวอปของคู่นั้นก็เปลี่ยนตาม เว็บโบรกเกอร์จึงแสดงอัตราสวอปเป็นตัวเลขที่อัปเดตทุกวัน ไม่ใช่ค่าคงที่ที่คุณจำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด

สวอปไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นเองลอย ๆ มันอิงจากตลาดระหว่างธนาคาร แต่โบรกเกอร์แต่ละรายบวกส่วนต่างของตัวเองเข้าไปในอัตรานั้น ส่วนต่างนี้คือเหตุผลที่อัตราสวอปของคู่เงินเดียวกันไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์

การตัดรอบเวลาและวันสามเท่า

การตัดรอบสวอปไม่ได้เกิดตอนเที่ยงคืนตามนาฬิกาของคุณ แต่เกิดตามเวลาปิดของตลาดการเงินโลก ซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนดเวลาตัดรอบไม่ตรงกัน คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของโบรกเกอร์นั้นเพื่อดูเวลาที่แน่นอน

ถ้าคุณเปิดสถานะตอนเช้าและปิดก่อนเวลาตัดรอบในวันเดียวกัน คุณจะไม่ถูกคิดสวอปเลย เพราะสถานะไม่เคยค้างข้ามคืน การรู้เวลา cutoff จึงมีผลต่อค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าการดูแค่สเปรดตอนเปิดออเดอร์

ในสัปดาห์หนึ่งมีวันหนึ่งที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว วันดังกล่าวมักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และคู่เงิน

ผลคือถ้าคุณถือสถานะข้ามวันนั้น ต้นทุนต่อคืนจะสูงกว่าปกติหลายเท่า การวางแผนถือสถานะยาวจึงต้องดูว่าวันไหนเป็นวันสามเท่า ไม่ใช่คูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติตรง ๆ

บัญชีปลอดสวอปแลกอะไรไป

บัญชีปลอดสวอปคือบัญชีที่โบรกเกอร์ไม่คิดสวอปทั้งบวกและลบ ไม่ว่าคุณจะถือสถานะข้ามคืนกี่คืน สิ่งนี้มีประโยชน์กับคนที่ถือสถานะนานและไม่อยากให้ต้นทุนผันผวนตามอัตราดอกเบี้ย

แต่การตัดสวอปออกไม่ได้ทำให้ต้นทุนหายไป โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยวิธีอื่น เช่น ค่าบริหารรายคืนที่คิดตามขนาดสถานะ ค่าคอมมิชชันต่อล็อตที่สูงขึ้น หรือสเปรดที่กว้างขึ้นตั้งแต่เปิดออเดอร์ วิธีใดจะถูกใช้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์

ค่าบริหารรายคืนมักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็กในอัตราที่ไม่เป็นสัดส่วนกันเสมอ คุณต้องอ่านอัตราต่อล็อตให้ชัดก่อนคำนวณ

บัญชีปลอดสวอปเหมาะกับกลยุทธ์ถือข้ามคืนหลายวัน แต่ไม่เหมาะกับคนที่เปิดปิดในวันเดียว เพราะคนกลุ่มหลังไม่เคยจ่ายสวอปอยู่แล้ว แต่ยังต้องจ่ายค่าคอมมิชชันหรือสเปรดที่สูงขึ้นของบัญชีนี้

ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่บัญชีไหนปลอดค่าใช้จ่าย แต่เป็นบัญชีไหนมีค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่าสำหรับจำนวนคืนและขนาดล็อตที่คุณใช้จริง ตัวเลขรวมเป็นบาทต่อคืนคือคำตอบ

ทำไมตัวเลขสวอปบนหน้าจอจึงไม่ตรงกับที่คิดไว้

อัตราสวอปที่โบรกเกอร์แสดงมักเป็นตัวเลขกลม ๆ เช่น 4 จุด แต่เมื่อตัดรอบจริง ระบบอาจปัดเศษทศนิยมขึ้นหรือลง ทำให้ยอดหักจากบัญชีต่างจากที่คุณคูณไว้เล็กน้อย ตัวอย่างเช่น 4 จุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานเท่ากับ ฿40 แต่ถ้าปัดเป็น 4.2 จุด ยอดจะกลายเป็น ฿42 ต่อคืน ต่างกัน ฿2 ซึ่งเมื่อถือ 10 คืนก็กลายเป็น ฿20

บางโบรกเกอร์คิดสวอปจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแล้วบวกส่วนเพิ่มของตัวเอง ส่วนเพิ่มนี้ไม่เท่ากันในแต่ละราย และอาจเปลี่ยนได้เมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นรายวัน คุณจึงควรตรวจอัตราสวอปอีกครั้งก่อนถือสถานะข้ามคืนทุกครั้ง ไม่ใช่ดูครั้งเดียวแล้วจำไว้

อีกจุดที่ทำให้ยอดจริงไม่ตรงคือเวลาตัดรอบกับเวลาที่คุณเปิดสถานะ ถ้าเปิดสถานะหลังเวลาตัดรอบของวันนั้น ค่าใช้จ่ายคืนแรกจะเริ่มนับในวันถัดไป ไม่ใช่คืนที่คุณเปิด สถานะที่ถือเพียงไม่กี่ชั่วโมงจึงอาจไม่มีสวอปเลย หรือมีเพียงคืนเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาตัดรอบที่โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนด ซึ่งไม่เหมือนกัน

วิธีตรวจที่ตรงไปตรงมาคือเปิดประวัติธุรกรรมในบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง แล้วดูรายการที่ระบุว่าเป็นค่าสวอปเทียบกับจำนวนคืนที่ถือสถานะ นำยอดที่หักจริงหารด้วยจำนวนคืน จะได้ค่าเฉลี่ยต่อคืนเป็นบาท ตัวเลขนี้ใช้ได้จริงกว่าตัวเลขบนหน้าจอ เพราะรวมการปัดเศษและส่วนเพิ่มไว้แล้ว

ถ้าค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้สูงกว่าที่คุณรับไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือลดจำนวนคืนที่ถือ ไม่มีวิธีใดทำให้ค่าใช้จ่ายนี้หายไปได้ นอกจากเลือกไม่ถือข้ามคืนเท่านั้น การรู้ตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจจึงสำคัญกว่าการดูอัตราที่โฆษณาไว้

ถือ 1 ล็อตข้ามคืน: สวอปกับบัญชีปลอดสวอปต่างกันกี่บาท

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
ขนาดสัญญา1 ล็อตมาตรฐานหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ 100,000 หน่วย
หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อต฿10100,000 คูณ 0.0001 เท่ากับ ฿10
สมมติสวอปค้างคืน5 จุดอัตราสวอปแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงเป็นเพียงตัวอย่าง
ค่าสวอปต่อคืน฿505 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด เท่ากับ ฿50
ค่าสวอป 7 คืน฿350฿50 คูณ 7 คืน เท่ากับ ฿350
บัญชีปลอดสวอป 7 คืน฿0ไม่มีค่าสวอป แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นแทน
ค่าบริหารบัญชีต่อคืน฿30สมมติโบรกเกอร์คิดค่าบริหาร ฿30 ต่อคืน
ค่าบริหาร 7 คืน฿210฿30 คูณ 7 คืน เท่ากับ ฿210
ส่วนต่าง 7 คืน฿140฿350 ลบ ฿210 เท่ากับ ฿140

โบรกเกอร์อาจปัดเศษอัตราสวอป คิดค่าสวอปสามเท่าในบางวัน และบวกค่าคอมมิชชันหรือสเปรดเพิ่มจากตัวเลขนี้

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ต่อไปนี้คือลำดับที่คุณใช้ตรวจค่าใช้จ่ายข้ามคืนของบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ทำตามลำดับและจดตัวเลขลงกระดาษ

  1. 01

    เปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้น

    หาหน้าเงื่อนไขค่าใช้จ่ายบนเว็บโบรกเกอร์ที่คุณใช้ และมองหาคำว่าสวอปหรือค่าบริหารรายคืน ถ้าหาไม่เจอ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทางอีเมลและขอเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บข้อความนั้นไว้เทียบกับใบแจ้งยอดในภายหลัง

  2. 02

    จดอัตราต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน

    เขียนอัตราสวอปหรือค่าบริหารต่อคืนสำหรับหนึ่งล็อตมาตรฐานของคู่ USD/THB ลงไป ระบุด้วยว่าเป็นตัวเลขบวกหรือลบ เพราะสวอปที่ติดลบคือเงินที่หักออกจากบัญชีคุณ

  3. 03

    แปลงเป็นบาทต่อคืน

    ถ้าอัตราที่ได้อยู่ในหน่วยจุด ให้คูณด้วยมูลค่าต่อจุดของหนึ่งล็อตมาตรฐาน ซึ่งในบทนี้ใช้ ฿10 ต่อจุด ตัวอย่างเช่น 4 จุดคูณ ฿10 เท่ากับ ฿40 ต่อคืน ตัวเลขนี้คือต้นทุนจริงหนึ่งคืน

  4. 04

    คูณด้วยจำนวนคืนที่ตั้งใจถือ

    นับจำนวนคืนที่คุณจะถือสถานะจริง แล้วคูณกับต้นทุนต่อคืน อย่าลืมตรวจว่ามีวันสามเท่าอยู่ในช่วงนั้นหรือไม่ ถ้ามี ให้นับวันนั้นเป็นสามคืนในการคำนวณ

  5. 05

    บวกค่าคอมมิชชันและสเปรดเข้าไป

    นำค่าคอมมิชชันต่อล็อตและสเปรดตอนเปิดออเดอร์มาบวกกับค่าสวอปที่คำนวณได้ สเปรดคิดเป็นบาทได้โดยคูณจำนวนจุดของสเปรดด้วย ฿10 ต่อจุด ผลรวมคือค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสถานะนั้น

  6. 06

    เทียบสองบัญชีด้วยตัวเลขรวม

    ทำขั้นตอนเดิมกับอีกบัญชีหนึ่ง แล้วนำผลรวมของทั้งสองมาเทียบกัน เลือกบัญชีที่ผลรวมต่ำกว่าสำหรับจำนวนคืนที่คุณใช้จริง ถ้าตัวเลขรวมสูงกว่าที่คาด ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

หลายคนเปิดบัญชีปลอดสวอปเพราะคิดว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเลย แล้วจึงถือสถานะค้างไว้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ตรวจอะไรอีก วิธีที่ถูกคือเปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและดูว่ามีค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้นหรือไม่ จากนั้นคูณเป็นบาทต่อคืนก่อนตัดสินใจถือข้ามคืน ถ้าตัวเลขที่ได้สูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าสวอปค้างคืนเท่ากับ 4 จุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน คิดเป็นกี่บาทต่อคืน

4 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿40 ต่อคืน

ถือ 4 คืน จะจ่ายค่าสวอปทั้งหมดกี่บาท

฿40 คูณ 4 คืน เท่ากับ ฿160

ถ้าบัญชีปลอดสวอปคิดค่าบริหาร ฿25 ต่อคืน เป็นเวลา 4 คืน คิดเป็นกี่บาท

฿25 คูณ 4 คืน เท่ากับ ฿100

จากสองข้อก่อนหน้า แบบใดถูกกว่าและถูกกว่ากี่บาท

บัญชีปลอดสวอปถูกกว่า ฿160 ลบ ฿100 เท่ากับ ฿60

คำถามที่มักตามมา

ทำไมสวอปของ USD/THB ถึงไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์

อัตราสวอปอิงจากตลาดระหว่างธนาคารซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันทั้งตลาด แต่โบรกเกอร์แต่ละรายบวกส่วนต่างของตัวเองเข้าไปในอัตรานั้น ส่วนต่างนี้ไม่เท่ากันจึงทำให้ตัวเลขที่คุณเห็นต่างกัน แม้กระทั่งโบรกเกอร์รายเดียวกันก็อาจให้อัตราต่างกันในแต่ละบัญชี คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของบัญชีที่คุณใช้จริง ไม่ใช่เทียบจากเว็บอื่น

ถ้าเปิดสถานะตอนเช้าและปิดก่อนเวลาตัดรอบ ต้องจ่ายสวอปไหม

ไม่ต้องจ่าย เพราะสถานะไม่เคยค้างข้ามคืน การตัดรอบเกิดตามเวลาปิดของตลาดโลกซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย ไม่ใช่เที่ยงคืนตามนาฬิกาของคุณ เวลานี้แต่ละโบรกเกอร์กำหนดไม่ตรงกัน คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของโบรกเกอร์นั้นเพื่อดูเวลาที่แน่นอนก่อนวางแผนปิดออเดอร์

วันสามเท่าคือวันไหน และทำไมต้องสนใจ

ในหนึ่งสัปดาห์มีวันหนึ่งที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว วันดังกล่าวมักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และคู่เงิน ถ้าคุณถือสถานะข้ามวันนั้น ต้นทุนต่อคืนจะสูงกว่าปกติหลายเท่า การคูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติตรง ๆ จึงไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง

บัญชีปลอดสวอปเหมาะกับสถานะขนาดไหน

บัญชีปลอดสวอปมีประโยชน์กับคนที่ถือสถานะนานและไม่อยากให้ต้นทุนผันผวนตามอัตราดอกเบี้ย แต่ค่าบริหารรายคืนมักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็กในอัตราที่ไม่เป็นสัดส่วนกันเสมอ คุณต้องอ่านอัตราต่อล็อตให้ชัดก่อนคำนวณ และถ้าตัวเลขต่อคืนสูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ

ค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์คิดแทนสวอปมีอะไรบ้าง

โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยวิธีอื่น เช่น ค่าบริหารรายคืนที่คิดตามขนาดสถานะ ค่าคอมมิชชันต่อล็อตที่สูงขึ้น หรือสเปรดที่กว้างขึ้นตั้งแต่เปิดออเดอร์ วิธีใดจะถูกใช้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ บางรายใช้อัตราที่ปัดเศษขึ้น ทำให้ตัวเลขจริงสูงกว่าที่คำนวณจากอัตราที่ประกาศไว้ คุณจึงต้องเปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและคูณเป็นบาทต่อคืนก่อนตัดสินใจถือข้ามคืน

ถ้าถือสถานะยาวหลายสัปดาห์ ควรตรวจอะไรก่อน

ตรวจตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นว่ามีค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้นหรือไม่ จากนั้นคูณเป็นบาทต่อคืนแล้วเทียบกับสวอปของบัญชีปกติ ถ้าตัวเลขที่ได้สูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ และอย่าลืมว่าอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเปลี่ยนได้เมื่อธนาคารกลางปรับอัตรา สวอปจึงไม่ใช่ค่าคงที่ที่จำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด

In ประเทศไทย

หน่วยเงิน
บาท เขียนย่อว่า ฿ (THB)
ผู้กำกับดูแล
SEC Thailand
ช่องทางฝากถอนที่พบบ่อย
โอนผ่านธนาคารและ PromptPay
เครื่องมือในตัวอย่าง
USD/THB ราคาราว 36.4500
หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน
฿10

คำที่ใช้ในหน้านี้

สวอป
ค่าใช้จ่ายหรือรายรับรายวันจากการถือสถานะข้ามคืน คำนวณจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่นั้น ทิศทางขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายคู่เงินนั้น
บัญชีปลอดสวอป
บัญชีที่โบรกเกอร์ไม่คิดสวอปทั้งบวกและลบ ไม่ว่าคุณจะถือสถานะข้ามคืนกี่คืน แต่โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้น
การตัดรอบ
เวลาที่โบรกเกอร์เริ่มนับว่าสถานะของคุณค้างข้ามคืนและคิดสวอป เกิดตามเวลาปิดของตลาดการเงินโลก ซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย และแต่ละโบรกเกอร์กำหนดไม่ตรงกัน
วันสามเท่า
วันที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว มักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์
ค่าบริหารรายคืน
ค่าใช้จ่ายที่บัญชีปลอดสวอปเรียกเก็บแทนสวอป มักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็ก

สิ่งที่ควรจดจำ

  • สวอปคือต้นทุนรายวันจากการถือสถานะข้ามคืน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นเองลอย ๆ
  • บัญชีปลอดสวอปตัดสวอปออก แต่ต้นทุนไม่ได้หายไป มันย้ายไปอยู่ในค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้น
  • การตัดรอบเกิดตามเวลาตลาดโลก และมีวันหนึ่งที่คิดสวอปสามเท่า การคูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติจึงไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง
  • ก่อนถือข้ามคืน ให้เปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและคูณเป็นบาทต่อคืน แล้วเทียบตัวเลขก่อนตัดสินใจ
ถัดไปใน พื้นฐาน: การเทรดและบัญชีทำงานอย่างไรเลเวอเรจและมาร์จิน: เงินของคุณในเทรดมีเท่าไร
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ