สวอปข้ามคืนและบัญชีปลอดสวอป
ตัวอย่างคิดจาก USD/THB ที่ราคา 36.4500 โดยหนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานเท่ากับ ฿10 เพื่อให้ตัวเลขทุกตัวตรวจสอบย้อนกลับได้
เป้าหมายคือให้คุณเทียบค่าใช้จ่ายจริงเป็นบาท ไม่ใช่ดูแค่ค่าคอมมิชชันหรือสเปรดที่หน้าเว็บโบรกเกอร์
สวอปเกิดจากส่วนต่างดอกเบี้ยของสองสกุลเงิน
ทุกครั้งที่คุณถือสถานะข้ามคืน โบรกเกอร์จะคำนวณต้นทุนจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่นั้น คู่ USD/THB จึงมีต้นทุนสองขาที่วิ่งสวนทางกัน ขาที่คุณยืมมาจะถูกคิดดอกเบี้ย และขาที่คุณถืออยู่จะได้รับดอกเบี้ย ตัวเลขสุทธิคือสวอปที่หักหรือบวกเข้าบัญชีคุณ
ทิศทางของสวอปขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายคู่เงินนั้น ถ้าคุณซื้อ USD/THB คุณกำลังถือสกุลที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าและยืมสกุลที่ให้ดอกเบี้ยต่ำกว่า สวอปอาจเป็นบวกได้ แต่ถ้าคุณขาย USD/THB ทิศทางจะกลับกันและสวอปมักเป็นลบ
อัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลไม่ได้คงที่ตลอดปี เมื่อธนาคารกลางปรับอัตราดอกเบี้ย สวอปของคู่นั้นก็เปลี่ยนตาม เว็บโบรกเกอร์จึงแสดงอัตราสวอปเป็นตัวเลขที่อัปเดตทุกวัน ไม่ใช่ค่าคงที่ที่คุณจำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด
สวอปไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นเองลอย ๆ มันอิงจากตลาดระหว่างธนาคาร แต่โบรกเกอร์แต่ละรายบวกส่วนต่างของตัวเองเข้าไปในอัตรานั้น ส่วนต่างนี้คือเหตุผลที่อัตราสวอปของคู่เงินเดียวกันไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์
การตัดรอบเวลาและวันสามเท่า
การตัดรอบสวอปไม่ได้เกิดตอนเที่ยงคืนตามนาฬิกาของคุณ แต่เกิดตามเวลาปิดของตลาดการเงินโลก ซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนดเวลาตัดรอบไม่ตรงกัน คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของโบรกเกอร์นั้นเพื่อดูเวลาที่แน่นอน
ถ้าคุณเปิดสถานะตอนเช้าและปิดก่อนเวลาตัดรอบในวันเดียวกัน คุณจะไม่ถูกคิดสวอปเลย เพราะสถานะไม่เคยค้างข้ามคืน การรู้เวลา cutoff จึงมีผลต่อค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าการดูแค่สเปรดตอนเปิดออเดอร์
ในสัปดาห์หนึ่งมีวันหนึ่งที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว วันดังกล่าวมักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และคู่เงิน
ผลคือถ้าคุณถือสถานะข้ามวันนั้น ต้นทุนต่อคืนจะสูงกว่าปกติหลายเท่า การวางแผนถือสถานะยาวจึงต้องดูว่าวันไหนเป็นวันสามเท่า ไม่ใช่คูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติตรง ๆ
บัญชีปลอดสวอปแลกอะไรไป
บัญชีปลอดสวอปคือบัญชีที่โบรกเกอร์ไม่คิดสวอปทั้งบวกและลบ ไม่ว่าคุณจะถือสถานะข้ามคืนกี่คืน สิ่งนี้มีประโยชน์กับคนที่ถือสถานะนานและไม่อยากให้ต้นทุนผันผวนตามอัตราดอกเบี้ย
แต่การตัดสวอปออกไม่ได้ทำให้ต้นทุนหายไป โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยวิธีอื่น เช่น ค่าบริหารรายคืนที่คิดตามขนาดสถานะ ค่าคอมมิชชันต่อล็อตที่สูงขึ้น หรือสเปรดที่กว้างขึ้นตั้งแต่เปิดออเดอร์ วิธีใดจะถูกใช้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์
ค่าบริหารรายคืนมักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็กในอัตราที่ไม่เป็นสัดส่วนกันเสมอ คุณต้องอ่านอัตราต่อล็อตให้ชัดก่อนคำนวณ
บัญชีปลอดสวอปเหมาะกับกลยุทธ์ถือข้ามคืนหลายวัน แต่ไม่เหมาะกับคนที่เปิดปิดในวันเดียว เพราะคนกลุ่มหลังไม่เคยจ่ายสวอปอยู่แล้ว แต่ยังต้องจ่ายค่าคอมมิชชันหรือสเปรดที่สูงขึ้นของบัญชีนี้
ดังนั้นคำถามที่ถูกต้องไม่ใช่บัญชีไหนปลอดค่าใช้จ่าย แต่เป็นบัญชีไหนมีค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่าสำหรับจำนวนคืนและขนาดล็อตที่คุณใช้จริง ตัวเลขรวมเป็นบาทต่อคืนคือคำตอบ
ทำไมตัวเลขสวอปบนหน้าจอจึงไม่ตรงกับที่คิดไว้
อัตราสวอปที่โบรกเกอร์แสดงมักเป็นตัวเลขกลม ๆ เช่น 4 จุด แต่เมื่อตัดรอบจริง ระบบอาจปัดเศษทศนิยมขึ้นหรือลง ทำให้ยอดหักจากบัญชีต่างจากที่คุณคูณไว้เล็กน้อย ตัวอย่างเช่น 4 จุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานเท่ากับ ฿40 แต่ถ้าปัดเป็น 4.2 จุด ยอดจะกลายเป็น ฿42 ต่อคืน ต่างกัน ฿2 ซึ่งเมื่อถือ 10 คืนก็กลายเป็น ฿20
บางโบรกเกอร์คิดสวอปจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยแล้วบวกส่วนเพิ่มของตัวเอง ส่วนเพิ่มนี้ไม่เท่ากันในแต่ละราย และอาจเปลี่ยนได้เมื่อสภาวะตลาดเปลี่ยน โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเป็นรายวัน คุณจึงควรตรวจอัตราสวอปอีกครั้งก่อนถือสถานะข้ามคืนทุกครั้ง ไม่ใช่ดูครั้งเดียวแล้วจำไว้
อีกจุดที่ทำให้ยอดจริงไม่ตรงคือเวลาตัดรอบกับเวลาที่คุณเปิดสถานะ ถ้าเปิดสถานะหลังเวลาตัดรอบของวันนั้น ค่าใช้จ่ายคืนแรกจะเริ่มนับในวันถัดไป ไม่ใช่คืนที่คุณเปิด สถานะที่ถือเพียงไม่กี่ชั่วโมงจึงอาจไม่มีสวอปเลย หรือมีเพียงคืนเดียว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเวลาตัดรอบที่โบรกเกอร์แต่ละรายกำหนด ซึ่งไม่เหมือนกัน
วิธีตรวจที่ตรงไปตรงมาคือเปิดประวัติธุรกรรมในบัญชีจริงหรือบัญชีทดลอง แล้วดูรายการที่ระบุว่าเป็นค่าสวอปเทียบกับจำนวนคืนที่ถือสถานะ นำยอดที่หักจริงหารด้วยจำนวนคืน จะได้ค่าเฉลี่ยต่อคืนเป็นบาท ตัวเลขนี้ใช้ได้จริงกว่าตัวเลขบนหน้าจอ เพราะรวมการปัดเศษและส่วนเพิ่มไว้แล้ว
ถ้าค่าเฉลี่ยที่คำนวณได้สูงกว่าที่คุณรับไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือลดจำนวนคืนที่ถือ ไม่มีวิธีใดทำให้ค่าใช้จ่ายนี้หายไปได้ นอกจากเลือกไม่ถือข้ามคืนเท่านั้น การรู้ตัวเลขจริงก่อนตัดสินใจจึงสำคัญกว่าการดูอัตราที่โฆษณาไว้
ถือ 1 ล็อตข้ามคืน: สวอปกับบัญชีปลอดสวอปต่างกันกี่บาท
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดสัญญา | 1 ล็อตมาตรฐาน | หนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB เท่ากับ 100,000 หน่วย |
| หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อต | ฿10 | 100,000 คูณ 0.0001 เท่ากับ ฿10 |
| สมมติสวอปค้างคืน | 5 จุด | อัตราสวอปแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ จึงเป็นเพียงตัวอย่าง |
| ค่าสวอปต่อคืน | ฿50 | 5 จุด คูณ ฿10 ต่อจุด เท่ากับ ฿50 |
| ค่าสวอป 7 คืน | ฿350 | ฿50 คูณ 7 คืน เท่ากับ ฿350 |
| บัญชีปลอดสวอป 7 คืน | ฿0 | ไม่มีค่าสวอป แต่มีค่าใช้จ่ายอื่นแทน |
| ค่าบริหารบัญชีต่อคืน | ฿30 | สมมติโบรกเกอร์คิดค่าบริหาร ฿30 ต่อคืน |
| ค่าบริหาร 7 คืน | ฿210 | ฿30 คูณ 7 คืน เท่ากับ ฿210 |
| ส่วนต่าง 7 คืน | ฿140 | ฿350 ลบ ฿210 เท่ากับ ฿140 |
โบรกเกอร์อาจปัดเศษอัตราสวอป คิดค่าสวอปสามเท่าในบางวัน และบวกค่าคอมมิชชันหรือสเปรดเพิ่มจากตัวเลขนี้
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ต่อไปนี้คือลำดับที่คุณใช้ตรวจค่าใช้จ่ายข้ามคืนของบัญชีใดบัญชีหนึ่ง ทำตามลำดับและจดตัวเลขลงกระดาษ
- 01
เปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้น
หาหน้าเงื่อนไขค่าใช้จ่ายบนเว็บโบรกเกอร์ที่คุณใช้ และมองหาคำว่าสวอปหรือค่าบริหารรายคืน ถ้าหาไม่เจอ ให้ติดต่อฝ่ายบริการลูกค้าทางอีเมลและขอเป็นลายลักษณ์อักษร เก็บข้อความนั้นไว้เทียบกับใบแจ้งยอดในภายหลัง
- 02
จดอัตราต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน
เขียนอัตราสวอปหรือค่าบริหารต่อคืนสำหรับหนึ่งล็อตมาตรฐานของคู่ USD/THB ลงไป ระบุด้วยว่าเป็นตัวเลขบวกหรือลบ เพราะสวอปที่ติดลบคือเงินที่หักออกจากบัญชีคุณ
- 03
แปลงเป็นบาทต่อคืน
ถ้าอัตราที่ได้อยู่ในหน่วยจุด ให้คูณด้วยมูลค่าต่อจุดของหนึ่งล็อตมาตรฐาน ซึ่งในบทนี้ใช้ ฿10 ต่อจุด ตัวอย่างเช่น 4 จุดคูณ ฿10 เท่ากับ ฿40 ต่อคืน ตัวเลขนี้คือต้นทุนจริงหนึ่งคืน
- 04
คูณด้วยจำนวนคืนที่ตั้งใจถือ
นับจำนวนคืนที่คุณจะถือสถานะจริง แล้วคูณกับต้นทุนต่อคืน อย่าลืมตรวจว่ามีวันสามเท่าอยู่ในช่วงนั้นหรือไม่ ถ้ามี ให้นับวันนั้นเป็นสามคืนในการคำนวณ
- 05
บวกค่าคอมมิชชันและสเปรดเข้าไป
นำค่าคอมมิชชันต่อล็อตและสเปรดตอนเปิดออเดอร์มาบวกกับค่าสวอปที่คำนวณได้ สเปรดคิดเป็นบาทได้โดยคูณจำนวนจุดของสเปรดด้วย ฿10 ต่อจุด ผลรวมคือค่าใช้จ่ายทั้งหมดของสถานะนั้น
- 06
เทียบสองบัญชีด้วยตัวเลขรวม
ทำขั้นตอนเดิมกับอีกบัญชีหนึ่ง แล้วนำผลรวมของทั้งสองมาเทียบกัน เลือกบัญชีที่ผลรวมต่ำกว่าสำหรับจำนวนคืนที่คุณใช้จริง ถ้าตัวเลขรวมสูงกว่าที่คาด ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
หลายคนเปิดบัญชีปลอดสวอปเพราะคิดว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเลย แล้วจึงถือสถานะค้างไว้นานหลายสัปดาห์โดยไม่ตรวจอะไรอีก วิธีที่ถูกคือเปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและดูว่ามีค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้นหรือไม่ จากนั้นคูณเป็นบาทต่อคืนก่อนตัดสินใจถือข้ามคืน ถ้าตัวเลขที่ได้สูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบตรวจสอบตัวเอง
ถ้าสวอปค้างคืนเท่ากับ 4 จุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน คิดเป็นกี่บาทต่อคืน
4 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿40 ต่อคืน
ถือ 4 คืน จะจ่ายค่าสวอปทั้งหมดกี่บาท
฿40 คูณ 4 คืน เท่ากับ ฿160
ถ้าบัญชีปลอดสวอปคิดค่าบริหาร ฿25 ต่อคืน เป็นเวลา 4 คืน คิดเป็นกี่บาท
฿25 คูณ 4 คืน เท่ากับ ฿100
จากสองข้อก่อนหน้า แบบใดถูกกว่าและถูกกว่ากี่บาท
บัญชีปลอดสวอปถูกกว่า ฿160 ลบ ฿100 เท่ากับ ฿60
คำถามที่มักตามมา
ทำไมสวอปของ USD/THB ถึงไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์
อัตราสวอปอิงจากตลาดระหว่างธนาคารซึ่งเป็นตัวเลขเดียวกันทั้งตลาด แต่โบรกเกอร์แต่ละรายบวกส่วนต่างของตัวเองเข้าไปในอัตรานั้น ส่วนต่างนี้ไม่เท่ากันจึงทำให้ตัวเลขที่คุณเห็นต่างกัน แม้กระทั่งโบรกเกอร์รายเดียวกันก็อาจให้อัตราต่างกันในแต่ละบัญชี คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของบัญชีที่คุณใช้จริง ไม่ใช่เทียบจากเว็บอื่น
ถ้าเปิดสถานะตอนเช้าและปิดก่อนเวลาตัดรอบ ต้องจ่ายสวอปไหม
ไม่ต้องจ่าย เพราะสถานะไม่เคยค้างข้ามคืน การตัดรอบเกิดตามเวลาปิดของตลาดโลกซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย ไม่ใช่เที่ยงคืนตามนาฬิกาของคุณ เวลานี้แต่ละโบรกเกอร์กำหนดไม่ตรงกัน คุณต้องเปิดหน้าเงื่อนไขของโบรกเกอร์นั้นเพื่อดูเวลาที่แน่นอนก่อนวางแผนปิดออเดอร์
วันสามเท่าคือวันไหน และทำไมต้องสนใจ
ในหนึ่งสัปดาห์มีวันหนึ่งที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว วันดังกล่าวมักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์ ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และคู่เงิน ถ้าคุณถือสถานะข้ามวันนั้น ต้นทุนต่อคืนจะสูงกว่าปกติหลายเท่า การคูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติตรง ๆ จึงไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง
บัญชีปลอดสวอปเหมาะกับสถานะขนาดไหน
บัญชีปลอดสวอปมีประโยชน์กับคนที่ถือสถานะนานและไม่อยากให้ต้นทุนผันผวนตามอัตราดอกเบี้ย แต่ค่าบริหารรายคืนมักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็กในอัตราที่ไม่เป็นสัดส่วนกันเสมอ คุณต้องอ่านอัตราต่อล็อตให้ชัดก่อนคำนวณ และถ้าตัวเลขต่อคืนสูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ
ค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์คิดแทนสวอปมีอะไรบ้าง
โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยวิธีอื่น เช่น ค่าบริหารรายคืนที่คิดตามขนาดสถานะ ค่าคอมมิชชันต่อล็อตที่สูงขึ้น หรือสเปรดที่กว้างขึ้นตั้งแต่เปิดออเดอร์ วิธีใดจะถูกใช้ขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ บางรายใช้อัตราที่ปัดเศษขึ้น ทำให้ตัวเลขจริงสูงกว่าที่คำนวณจากอัตราที่ประกาศไว้ คุณจึงต้องเปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและคูณเป็นบาทต่อคืนก่อนตัดสินใจถือข้ามคืน
ถ้าถือสถานะยาวหลายสัปดาห์ ควรตรวจอะไรก่อน
ตรวจตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นว่ามีค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้นหรือไม่ จากนั้นคูณเป็นบาทต่อคืนแล้วเทียบกับสวอปของบัญชีปกติ ถ้าตัวเลขที่ได้สูงกว่าที่คาดไว้ ให้ลดขนาดสถานะหรือปิดก่อนเวลาตัดรอบ และอย่าลืมว่าอัตราดอกเบี้ยของแต่ละสกุลเปลี่ยนได้เมื่อธนาคารกลางปรับอัตรา สวอปจึงไม่ใช่ค่าคงที่ที่จำครั้งเดียวแล้วใช้ได้ตลอด
In ประเทศไทย
- หน่วยเงิน
- บาท เขียนย่อว่า ฿ (THB)
- ผู้กำกับดูแล
- SEC Thailand
- ช่องทางฝากถอนที่พบบ่อย
- โอนผ่านธนาคารและ PromptPay
- เครื่องมือในตัวอย่าง
- USD/THB ราคาราว 36.4500
- หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน
- ฿10
คำที่ใช้ในหน้านี้
- สวอป
- ค่าใช้จ่ายหรือรายรับรายวันจากการถือสถานะข้ามคืน คำนวณจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยของสองสกุลเงินในคู่นั้น ทิศทางขึ้นอยู่กับว่าคุณซื้อหรือขายคู่เงินนั้น
- บัญชีปลอดสวอป
- บัญชีที่โบรกเกอร์ไม่คิดสวอปทั้งบวกและลบ ไม่ว่าคุณจะถือสถานะข้ามคืนกี่คืน แต่โบรกเกอร์มักชดเชยด้วยค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้น
- การตัดรอบ
- เวลาที่โบรกเกอร์เริ่มนับว่าสถานะของคุณค้างข้ามคืนและคิดสวอป เกิดตามเวลาปิดของตลาดการเงินโลก ซึ่งมักตรงกับช่วงเช้าของประเทศไทย และแต่ละโบรกเกอร์กำหนดไม่ตรงกัน
- วันสามเท่า
- วันที่โบรกเกอร์คิดสวอปสามเท่า เพราะตลาดต้องชำระบัญชีล่วงหน้าสำหรับวันหยุดสุดสัปดาห์ สวอปของวันนั้นจึงรวมสามวันไว้ในครั้งเดียว มักเป็นวันพุธหรือวันศุกร์
- ค่าบริหารรายคืน
- ค่าใช้จ่ายที่บัญชีปลอดสวอปเรียกเก็บแทนสวอป มักคิดตามขนาดล็อต ไม่ใช่ตามจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว สถานะใหญ่จึงจ่ายต่อคืนมากกว่าสถานะเล็ก
สิ่งที่ควรจดจำ
- สวอปคือต้นทุนรายวันจากการถือสถานะข้ามคืน ไม่ใช่ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์ตั้งขึ้นเองลอย ๆ
- บัญชีปลอดสวอปตัดสวอปออก แต่ต้นทุนไม่ได้หายไป มันย้ายไปอยู่ในค่าบริหารรายคืน ค่าคอมมิชชัน หรือสเปรดที่กว้างขึ้น
- การตัดรอบเกิดตามเวลาตลาดโลก และมีวันหนึ่งที่คิดสวอปสามเท่า การคูณจำนวนคืนด้วยอัตราปกติจึงไม่ตรงกับค่าใช้จ่ายจริง
- ก่อนถือข้ามคืน ให้เปิดตารางค่าใช้จ่ายของบัญชีนั้นและคูณเป็นบาทต่อคืน แล้วเทียบตัวเลขก่อนตัดสินใจ