ข้ามไปยังเนื้อหา

เส้นทางการเรียนในหลักสูตรหกบทเรียนเกี่ยวกับ XAU/USD: ขนาดสัญญา การนับ pip และทำไมความเสี่ยงต่อการเทรดต้องคำนวณต่างออกไป

เทรดทองคำ

บทเรียนในเส้นทางนี้

6 บทเรียน

  1. 1 · บทเรียน 2.8

    ทองคำ (XAU/USD): ต่างจากสกุลเงินอย่างไร

    ขนาดสัญญาต่าง พิปต่าง ช่วงกว้างกว่า การคำนวณความเสี่ยงต่อการเทรดเปลี่ยนไปตามทั้งสามอย่าง

  2. 2 · บทเรียน 1.3

    หนึ่ง pip มีค่าเป็นเงินเท่าไร

    pip คือหน่วยราคามาตรฐานที่เล็กที่สุด มูลค่าของมันขึ้นอยู่กับขนาดล็อตและคู่สกุลเงิน ดังนั้นการเคลื่อนไหว 20 pip จึงให้ผลตอบแทนต่างกันในแต่ละเทรด

  3. 3 · บทเรียน 1.7

    เลเวอเรจและมาร์จิน: เงินของคุณในเทรดมีเท่าไร

    เลเวอเรจกำหนดว่าสถานะที่เงินฝากของคุณรองรับได้ใหญ่แค่ไหน มาร์จินคือส่วนของเงินคุณที่ถูกล็อกไว้กับสถานะขณะเทรดเปิดอยู่

  4. 4 · บทเรียน 1.9

    Stop loss และ take profit

    สองคำสั่งที่คุณผูกกับสถานะ: อันหนึ่งปิดที่ขาดทุนที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า อีกอันปิดที่กำไรที่คุณเลือกไว้ล่วงหน้า

  5. 5 · บทเรียน 3.2

    การคำนวณขนาดสถานะ

    ความเสี่ยงเป็นเงิน หารด้วยระยะสต็อปเป็นพิป หารด้วยมูลค่าพิป สามตัวเลขที่คุณมีอยู่แล้ว ตามลำดับนั้น

  6. 6 · บทเรียน 2.14

    เซสชัน ข่าว และปฏิทิน

    คู่เงินเคลื่อนไหวจริงในชั่วโมงใด และการประกาศตามกำหนดใดทำให้สเปรดกว้างพอที่จะกระทบสต็อป

เส้นทางนี้เหมาะกับใคร และต้องเตรียมอะไรไว้ก่อนเริ่ม

เส้นทางนี้เขียนไว้สำหรับคนที่อ่านบทเรียนพื้นฐานทั่วไปแล้ว แต่ยังไม่เคยเปิดกราฟทองคำเลย ต่างจากเส้นทางอื่นในคอร์สเดียวกันตรงที่ทั้งหกบทเรียนเรียงกันเพื่อเป้าหมายเดียว คือเข้าใจว่า XAU/USD คิดกำไรขาดทุนเป็นบาทได้อย่างไร ไม่ได้เรียงตามระดับความยากง่าย สัญญาทองคำหนึ่งสัญญามีขนาด 100 ทรอยออนซ์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่ผูกกับราคาทองคำโดยตรง ไม่ใช่ขนาดที่โบรกเกอร์แต่ละรายตั้งขึ้นเองเหมือนสัญญาอนุพันธ์บางชนิด ผู้เรียนจึงต้องทำความเข้าใจตัวเลขนี้ให้ได้ก่อนที่จะขยับไปเรื่องอื่น

สิ่งที่ต้องเตรียมมีสามอย่าง อย่างแรกคือเครื่องคิดเลขหรือช่องตารางในสเปรดชีต ไม่ต้องใช้โปรแกรมพิเศษ เพราะทุกอย่างในเส้นทางนี้คำนวณด้วยการคูณและหารเท่านั้น อย่างที่สองคือบัญชีทดลองที่เปิดกับโบรกเกอร์รายใดก็ได้ โดยไม่ต้องฝากเงินจริง ข้อกำหนดเรื่องเงินฝากขั้นต่ำและช่องทางชำระเงินแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ บางรายรับโอนผ่านธนาคาร บางรายรับ PromptPay และบางรายรับทั้งสองแบบ อย่างที่สามคือตารางบันทึกผลการเทรดอย่างง่าย ที่มีช่องสำหรับวันที่ ราคาเข้า ราคาออก และขนาดสถานะ

ตัวเลขที่ใช้ในทุกตัวอย่างของเส้นทางนี้คือ USD/THB อยู่ที่ประมาณ 36.4500 และราคาทองคำสมมติที่ 2,400.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ตัวเลขสองตัวนี้ทำให้เราบอกได้ว่าการเคลื่อนไหวหนึ่งดอลลาร์ในราคาทองคำคิดเป็นเงินบาทเท่าไร โดยไม่ต้องเดา ไม่มีตัวเลขใดในเส้นทางนี้ที่เป็นการรับประกันผลตอบแทน เพราะราคาในอนาคตไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ สิ่งที่ทำได้คือรู้ล่วงหน้าว่าถ้าราคาไปทางใดทางหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินในบัญชี

ลำดับของบทเรียน และเหตุผลที่ต้องเรียงแบบนี้

บทเรียนแรกวางไว้ก่อนเพราะทองคำมีหน่วยนับที่ไม่เหมือนคู่สกุลเงิน ราคาทองคำเคลื่อนไหวเป็นดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ในขณะที่คู่สกุลเงินเคลื่อนไหวเป็นหน่วยย่อยของสกุลเงินปลายทาง ถ้าไม่เข้าใจตรงนี้ก่อน ตัวเลข pip ที่คำนวณได้ในบทถัดไปจะไม่มีความหมายเลย เพราะผู้อ่านจะไม่รู้ว่ากำลังนับหน่วยอะไรอยู่

บทเรียนที่สองต่อทันทีเพราะเป็นหัวใจของทั้งเส้นทาง หนึ่ง pip ของ XAU/USD คือการเคลื่อนไหว 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ สัญญาหนึ่งสัญญามี 100 ทรอยออนซ์ ดังนั้นหนึ่ง pip จึงเท่ากับ 0.01 คูณ 100 เท่ากับ 1.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัญญา เมื่อแปลงเป็นบาทที่ 36.4500 จะได้ 1.00 คูณ 36.4500 เท่ากับ 36.45 บาทต่อสัญญา ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่ขยับอยู่ตลอด

บทเรียนเรื่องเลเวอเรจและมาร์จินตามมาเป็นลำดับที่สาม เพราะเมื่อรู้แล้วว่าหนึ่ง pip มีค่าเท่าไร คำถามถัดไปคือต้องใช้เงินเท่าไรจึงจะเปิดสถานะได้ มาร์จินคือเงินส่วนที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และจะได้คืนเมื่อปิดสถานะ ส่วนเลเวอเรจคืออัตราส่วนที่โบรกเกอร์กำหนด ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละรายและแต่ละประเภทบัญชี สองบทเรียนสุดท้ายคือการคำนวณขนาดสถานะ และเรื่องเซสชันกับข่าว ทั้งสองบทใช้ตัวเลขจากสามบทแรกทั้งหมด จึงต้องเรียงไว้ท้ายเสมอ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยระหว่างทำตามเส้นทางนี้

ข้อผิดพลาดแรกคือเอาเลข pip ของคู่สกุลเงินมาใช้กับทองคำ مباشرة คู่สกุลเงินส่วนใหญ่มี pip อยู่ที่ทศนิยมตำแหน่งที่สี่ แต่ XAU/USD ใช้ทศนิยมตำแหน่งที่สอง ถ้าคิดแบบคู่สกุลเงิน หนึ่ง pip จะกลายเป็น 0.0001 คูณ 100 เท่ากับ 0.01 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.36 บาทต่อสัญญา ซึ่งต่ำกว่าความจริงหนึ่งร้อยเท่า ตัวเลขที่ผิดขนาดนี้ทำให้การคำนวณขนาดสถานะผิดไปทั้งหมด

ข้อผิดพลาดที่สองคือลืมว่าอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ขยับด้วย ไม่ใช่แค่ราคาทองคำ คนที่คำนวณกำไรเป็นบาทเมื่อวาน แล้วนำตัวเลขเดิมมาใช้กับวันนี้จะได้ผลลัพธ์คลาดเคลื่อน เพราะ 36.4500 ไม่ใช่ค่าคงที่ วิธีที่ตรงไปตรงมาคือแปลงราคาทองคำเป็นบาทก่อน แล้วจึงคำนวณกำไรขาดทุนจากผลต่างของราคาที่แปลงแล้ว

ข้อผิดพลาดที่สามคือข้ามบทเรียนเรื่องเซสชันและข่าว เพราะคิดว่าเป็นเรื่องทั่วไปที่อ่านผ่าน ๆ ได้ ความจริงคือทองคำตอบสนองต่อข่าวเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างชัดเจน และช่วงเวลาที่ตลาดเปิดต่างกันทำให้ความผันผวนต่างกันมาก การรู้ว่าช่วงใดมีสภาพคล่องต่ำช่วยให้ตั้ง stop loss ได้สมเหตุสมผลขึ้น ไม่ใช่ตั้งตามความเคยชิน

ข้อผิดพลาดที่สี่คือเปิดสถานะใหญ่เกินไปในบัญชีทดลอง เพราะคิดว่าไม่ใช้เงินจริงจึงไม่ต้องระวัง ผลคือผู้อ่านไม่ได้ฝึกคำนวณขนาดสถานะจริงจัง และเมื่อย้ายไปบัญชีจริงจะไม่มีนิสัยนั้นติดตัว การฝึกในบัญชีทดลองควรใช้ตัวเลขขนาดสถานะเดียวกับที่จะใช้จริง

ทำอย่างไรเมื่อจบบทเรียนทั้งหกแล้ว

เมื่อทำครบทั้งหกบทเรียนแล้ว ให้ย้อนกลับไปดูบันทึกของตัวเองตั้งแต่บทแรก แล้วเทียบตัวเลขที่เคยเขียนไว้กับตัวเลขที่คำนวณได้ในตอนนี้ หลายคนจะพบว่าค่าความเสี่ยงต่อการเทรดที่เคยตั้งไว้สูงเกินไป เพราะตอนนั้นยังไม่รู้ว่าขนาดสัญญาของ XAU/USD คิดเป็นเงินบาทอย่างไร การเทียบแบบนี้ทำให้เห็นว่าความเข้าใจเปลี่ยนไปตรงจุดใด ไม่ใช่แค่ว่าจำสูตรได้

ขั้นต่อไปคือเขียนแผนของตัวเองลงกระดาษหนึ่งหน้า โดยระบุขนาดสถานะเป็นบาทต่อการเทรดหนึ่งครั้ง ระยะ stop loss เป็น pip และราคาที่จะเข้าและออก แผนนี้ไม่ต้องมีตัวเลขที่คาดหวังกำไร เพราะสิ่งที่ต้องตรวจคือตัวเลขที่ควบคุมได้เท่านั้น ถ้าตัวเลขใดยังต้องเปิดหาจากบทเรียนก่อนตอบ แปลว่ายังไม่จบเส้นทางนี้จริง

ควรซ้อมคำนวณด้วยราคา USD/THB ที่ประมาณ 36.4500 สลับกับราคาทองที่เปลี่ยนไปในแต่ละวัน เพื่อให้เห็นว่าค่าเงินบาทของหนึ่ง pip ไม่ได้คงที่ เมื่อราคาเปลี่ยน จำนวนเงินที่เสี่ยงต่อไม้ก็เปลี่ยนตาม ตัวเลขนี้ต้องคิดใหม่ทุกครั้ง ไม่มีค่าตายตัวที่ใช้ซ้ำได้ตลอด

หลังทำครบ ให้ทบทวนทุกสองสัปดาห์ว่ายังใช้ขนาดสถานะตามที่เขียนไว้หรือไม่ ถ้าเริ่มขยับโดยไม่มีเหตุผลจากตัวเลข ก็กลับไปเริ่มที่บทว่าด้วยการคำนวณขนาดสถานะใหม่ การทำซ้ำแบบนี้ใช้เวลาไม่นาน และเป็นวิธีเดียวที่ทำให้แผนยังตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ลำดับงานต่อไปนี้คือสิ่งที่ควรทำตามก่อน ระหว่าง และหลังอ่านบทเรียนทั้งหก เรียงจากงานที่ต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าจนถึงการทบทวนผลลัพธ์

  1. 01

    เปิดบัญชีทดลองและจดช่องทางชำระเงินของโบรกเกอร์

    เลือกโบรกเกอร์รายใดก็ได้ที่เปิดให้บริการในประเทศไทย และเปิดบัญชีทดลองโดยไม่ต้องฝากเงิน บันทึกไว้ว่ารายนั้นรับเงินผ่านช่องทางใด ระหว่างโอนผ่านธนาคารกับ PromptPay เพราะข้อกำหนดนี้แตกต่างกันไปในแต่ละราย ยังไม่ต้องฝากเงินจริงในขั้นนี้

  2. 02

    เขียนตัวเลขตั้งต้นลงในตาราง

    จดอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ที่เห็นในวันที่เริ่มเรียน ตัวอย่างในเส้นทางนี้ใช้ 36.4500 และจดราคาทองคำล่าสุดไว้ด้วย ตัวเลขสองตัวนี้จะถูกใช้ซ้ำในทุกแบบฝึกหัด ถ้าอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนระหว่างเรียน ให้จดค่าใหม่กำกับวันที่ไว้ ไม่ต้องแก้ค่าเก่า

  3. 03

    คำนวณค่าหนึ่ง pip ด้วยมือก่อนใช้เครื่องมือ

    เริ่มจากบทเรียนเรื่อง pip และลองคำนวณเองว่า 0.01 คูณ 100 คูณ 36.4500 ได้เท่าไร แล้วจึงเทียบกับตัวเลขในบทเรียน การคำนวณเองหนึ่งครั้งทำให้จำสูตรได้ดีกว่าการอ่านตัวเลขสำเร็จรูป และช่วยให้เห็นว่าอัตราแลกเปลี่ยนมีผลต่อผลลัพธ์อย่างไร

  4. 04

    ทดลองตั้ง stop loss และ take profit ในบัญชีทดลอง

    เปิดสถานะในบัญชีทดลองหนึ่งรายการ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรล่วงหน้า แล้วบันทึกว่าเงินในบัญชีเปลี่ยนไปเท่าไรเมื่อราคาแตะจุดใดจุดหนึ่ง เปรียบเทียบตัวเลขที่เกิดขึ้นจริงกับที่คำนวณไว้ตอนเปิดสถานะ ถ้าต่างกันให้หาสาเหตุว่ามาจากค่าสเปรด ค่าธรรมเนียม หรือการปัดเศษ

  5. 05

    ฝึกคำนวณขนาดสถานะจากความเสี่ยงที่รับได้

    กำหนดจำนวนเงินที่ยอมเสียได้ต่อการเทรดหนึ่งครั้งเป็นบาท แล้วคำนวณย้อนกลับว่าควรเปิดกี่สัญญา โดยหารจำนวนเงินนั้นด้วยค่าระยะห่างจากราคาเข้าถึงจุดตัดขาดทุนที่แปลงเป็นบาทแล้ว ทำซ้ำกับราคาเข้าสองสามค่าเพื่อให้เห็นว่าขนาดสถานะเปลี่ยนตามระยะห่างอย่างไร

  6. 06

    ทบทวนบันทึกและตรวจตัวเลขอีกครั้ง

    เมื่อจบทั้งหกบทเรียน ให้ย้อนดูบันทึกทั้งหมดและตรวจว่าตัวเลขทุกตัวยังคำนวณซ้ำได้จากค่า USD/THB กับราคาทองคำที่จดไว้ ถ้าพบช่องที่คำนวณไม่ได้ ให้กลับไปอ่านบทที่เกี่ยวข้องก่อน ไม่ต้องเร่งไปบทถัดไป การทำซ้ำในจุดที่ยังไม่เข้าใจจะประหยัดเวลามากกว่าการอ่านต่อทั้งที่ยังไม่แน่ใจ

คำถามที่มักตามมา

ถ้ายังไม่เคยเปิดกราฟเลย ควรเริ่มจากบทไหนก่อน

เริ่มจากบทแรกเสมอ เพราะบทนั้นอธิบายว่าทองคำนับหน่วยเป็นดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ ไม่ใช่หน่วยย่อยของสกุลเงินปลายทางอย่างคู่สกุลเงิน ถ้าข้ามไปบทที่สองเลย ตัวเลข pip ที่คำนวณได้จะไม่มีความหมาย เพราะไม่รู้ว่ากำลังนับหน่วยอะไรอยู่ การเรียงลำดับในเส้นทางนี้ตั้งใจให้แต่ละบทใช้ตัวเลขที่บทก่อนหน้าเพิ่งสร้างขึ้นมา ลองเปิดกราฟ USD/THB เทียบกับกราฟ XAU/USD ดูสองหน้าจอพร้อมกัน จะเห็นความต่างของหน่วยนับได้เร็วขึ้น

หนึ่ง pip ของ XAU/USD คิดเป็นบาทได้เท่าไร

หนึ่ง pip ของ XAU/USD คือการเคลื่อนไหว 0.01 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ สัญญาหนึ่งสัญญามี 100 ทรอยออนซ์ ดังนั้นหนึ่ง pip เท่ากับ 0.01 คูณ 100 เท่ากับ 1.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัญญา เมื่อแปลงเป็นบาทที่ USD/THB 36.4500 จะได้ 1.00 คูณ 36.4500 เท่ากับ 36.45 บาทต่อสัญญา ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ขยับอยู่ตลอด จึงต้องคำนวณใหม่ทุกครั้งที่อัตราเปลี่ยน

ทำไมความเสี่ยงต่อการเทรดทองคำต้องคำนวณต่างจากคู่สกุลเงิน

เพราะทองคำคิดกำไรขาดทุนเป็นดอลลาร์ต่อทรอยออนซ์ แล้วต้องแปลงกลับเป็นบาทอีกชั้นหนึ่ง คู่สกุลเงินที่มีบาทเป็นสกุลปลายทางคิดเป็นบาทได้ทันที แต่ทองคำมีอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB คั่นอยู่ตรงกลาง ทำให้ค่าเงินบาทที่แท้จริงของกำไรขาดทุนเปลี่ยนไปได้แม้ราคาทองคำไม่ขยับเลย ต้องบวกความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเข้าไปในแผนด้วย ไม่ใช่ดูแค่ราคาทองคำอย่างเดียว

ต้องมีเงินเท่าไรจึงจะเริ่มทำตามเส้นทางนี้ได้

เส้นทางนี้ไม่กำหนดจำนวนเงิน เพราะทุกบทเรียนใช้บัญชีทดลองที่เปิดได้โดยไม่ต้องฝากเงินจริง สิ่งที่ต้องมีคือเครื่องคิดเลขหรือช่องตารางในสเปรดชีต กับตารางบันทึกผลการเทรดอย่างง่าย ข้อกำหนดเรื่องเงินฝากขั้นต่ำและช่องทางชำระเงินแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ บางรายรับโอนผ่านธนาคาร บางรายรับ PromptPay และบางรายรับทั้งสองแบบ จึงควรถามโบรกเกอร์โดยตรงก่อนตัดสินใจ

อ่านจบทั้งหกบทแล้วจะทำอะไรได้

จะคำนวณได้ด้วยตัวเองว่าถ้าราคาทองคำเคลื่อนไหวหนึ่ง pip เงินในบัญชีจะเปลี่ยนไปกี่บาท ที่อัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนด และจะรู้ว่าต้องใช้เงินเท่าไรเป็นมาร์จินก่อนเปิดสถานะ สิ่งที่ได้คือความสามารถในการคิดตัวเลขล่วงหน้า ไม่ใช่การรับประกันผลตอบแทน เพราะราคาในอนาคตไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ สิ่งที่ทำได้คือรู้ว่าถ้าราคาไปทางใดทางหนึ่ง จะเกิดอะไรขึ้นกับเงินในบัญชี

ระหว่างเรียนควรบันทึกอะไรไว้

ควรมีตารางที่มีช่องสำหรับวันที่ ราคาเข้า ราคาออก และขนาดสถานะ ใช้บันทึกทุกครั้งที่ทดลองเปิดสถานะในบัญชีทดลอง เพราะการคำนวณที่ถูกต้องแต่ไม่ได้บันทึกไว้จะตรวจย้อนหลังไม่ได้ว่าตัวเลขที่คิดไว้ตรงกับที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ การบันทึกยังทำให้เห็นว่าความผิดพลาดส่วนใหญ่เกิดจากตัวเลขหรือจากการตัดสินใจ

คำที่ใช้ในหน้านี้

ทรอยออนซ์
หน่วยน้ำหนักที่ใช้กับโลหะมีค่า หนึ่งทรอยออนซ์ไม่เท่ากับหนึ่งออนซ์ทั่วไปที่ใช้ชั่งของ สัญญาทองคำหนึ่งสัญญาอ้างอิงที่ 100 ทรอยออนซ์
XAU/USD
ชื่อเรียกคู่ซื้อขายระหว่างทองคำกับดอลลาร์สหรัฐ ราคาที่เห็นคือจำนวนดอลลาร์ที่ต้องจ่ายเพื่อได้ทองคำหนึ่งทรอยออนซ์
มาร์จิน
เงินส่วนที่ถูกกันไว้ในบัญชีตอนเปิดสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และจะได้คืนเมื่อปิดสถานะ จำนวนที่กันไว้ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของโบรกเกอร์แต่ละราย
เลเวอเรจ
อัตราส่วนที่โบรกเกอร์กำหนดให้ใช้เงินน้อยกว่ามูลค่าสถานะจริง ตัวเลขอัตราส่วนแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละประเภทบัญชี
บัญชีทดลอง
บัญชีที่ใช้เงินสมมติสำหรับฝึกเปิดปิดสถานะ เปิดได้โดยไม่ต้องฝากเงินจริง จึงใช้ทำตามบทเรียนได้โดยไม่มีความเสี่ยงเรื่องเงิน
สเปรดชีต
ตารางคำนวณที่ใช้คูณหารตัวเลขได้ ใช้แทนเครื่องคิดเลขได้ในบทเรียนนี้ เพราะทุกอย่างคำนวณด้วยการคูณและหารเท่านั้น

สิ่งที่ควรจดจำ

  • หนึ่ง pip ของ XAU/USD เท่ากับ 1.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัญญา หรือ 36.45 บาทต่อสัญญาที่ USD/THB 36.4500
  • ทำตามบทเรียนตามลำดับ เพราะแต่ละบทใช้ตัวเลขที่บทก่อนหน้าเพิ่งสร้างขึ้นมา
  • เตรียมเครื่องคิดเลข บัญชีทดลอง และตารางบันทึกผลไว้ก่อนเริ่มบทแรก
  • ตัวเลขทุกตัวคำนวณล่วงหน้าได้ แต่ผลตอบแทนในอนาคตไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้
หกบทเรียนเกี่ยวกับ XAU/USD: ขนาดสัญญา การนับ pip และทำไมความเสี่ยงต่อการเทรดต้องคำนวณต่างออกไปPloyไกด์หลักสูตรของคุณ