หนึ่ง pip มีค่าเป็นเงินเท่าไร
ตัวอย่างหลักคือ USD/THB ที่ราคาราว 36.4500 ซึ่งหนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐานมีค่า ฿10 พอดี
เมื่อเข้าใจตัวเลขนี้แล้ว คุณจะเทียบได้ทันทีว่าเทรดหนึ่งครั้งมีค่าเท่าไรในกระเป๋าของคุณ
ขนาดล็อตกำหนดว่าหนึ่ง pip คิดเป็นกี่บาท
ล็อตคือหน่วยนับขนาดการเทรด หนึ่งล็อตมาตรฐานในคู่ USD/THB มีขนาด 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน ซึ่งก็คือดอลลาร์สหรัฐ เมื่อราคาเคลื่อนหนึ่ง pip ซึ่งเท่ากับ 0.0001 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่าที่เปลี่ยนไปจึงเท่ากับ 100,000 คูณ 0.0001 เท่ากับ 10 บาทพอดี ตัวเลข ฿10 ต่อ pip นี้มาจากการคูณขนาดล็อตกับขนาด pip โดยตรง ไม่ได้มาจากการกำหนดตายตัวของโบรกเกอร์
ถ้าลดขนาดล็อตลง มูลค่าต่อ pip จะลดลงตามสัดส่วนเดียวกัน เช่น 0.10 ล็อต มีขนาด 10,000 หน่วย คูณ 0.0001 ได้ ฿1 ต่อ pip และ 0.01 ล็อต หรือไมโครล็อต มีขนาด 1,000 หน่วย คูณ 0.0001 ได้ ฿0.10 ต่อ pip การคูณแบบนี้ใช้ได้กับทุกขนาดล็อต ตราบใดที่คู่สกุลเงินยังเป็น USD/THB และราคายังอยู่ในรูปบาทต่อดอลลาร์
ในทางกลับกัน ถ้าเทรดคู่สกุลเงินอื่น เช่น EUR/USD ขนาด pip จะไม่เท่ากับ 0.0001 บาท เพราะหน่วยนับเป็นดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่บาท มูลค่าต่อ pip จึงต้องแปลงกลับเป็นบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ในขณะนั้น ตัวเลข ฿10 ต่อ pip จึงใช้ได้เฉพาะกับ USD/THB เท่านั้น ไม่สามารถยกไปใช้กับคู่อื่นได้โดยตรง
การเคลื่อนไหว 20 pip ให้ผลต่างกันเมื่อขนาดล็อตต่างกัน
การเคลื่อนไหว 20 pip คือระยะทางของราคา ไม่ใช่จำนวนเงิน ระยะทางนี้จะกลายเป็นจำนวนเงินก็ต่อเมื่อคูณกับมูลค่าต่อ pip ของขนาดล็อตที่ใช้อยู่ ถ้าใช้ 0.10 ล็อต บน USD/THB มูลค่าต่อ pip คือ ฿1 ดังนั้น 20 pip จึงเท่ากับ ฿20 แต่ถ้าใช้ 0.01 ล็อต มูลค่าต่อ pip คือ ฿0.10 ดังนั้น 20 pip จึงเท่ากับ ฿2
ความต่างนี้เกิดจากขนาดล็อตเพียงอย่างเดียว ไม่ได้เกิดจากทิศทางของราคา หรือจากจำนวน pip ที่เคลื่อนไหว การเทรดสองครั้งที่มี pip เท่ากันแต่ขนาดล็อตต่างกัน จะให้ผลตอบแทนไม่เท่ากันเสมอ ดังนั้นการจำว่า 20 pip เท่ากับเงินจำนวนหนึ่งจึงเป็นความเข้าใจที่ไม่ตรงกับกลไกจริง
การคำนวณผลตอบแทนจึงต้องทำจากมูลค่าต่อ pip ของเทรดนั้นก่อน ไม่ใช่จากจำนวน pip เพียงอย่างเดียว เมื่อทราบมูลค่าต่อ pip แล้ว จึงคูณด้วยจำนวน pip ที่ราคาเคลื่อนไหวจริง วิธีนี้ทำให้เปรียบเทียบเทรดสองครั้งได้อย่างถูกต้อง แม้ขนาดล็อตจะไม่เท่ากัน
สเปรดและค่าธรรมเนียมทำให้ตัวเลขจริงต่างจากที่คำนวณ
ราคาที่คุณซื้อและราคาที่คุณขายมักไม่เท่ากัน ส่วนต่างนี้เรียกว่าสเปรด ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ สเปรดจะกินกำไรส่วนแรกไปก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการ ดังนั้นผลตอบแทนสุทธิจึงน้อยกว่าที่คำนวณจาก pip เพียงอย่างเดียว
นอกจากสเปรด โบรกเกอร์แต่ละแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืน ซึ่งเรียกเก็บไม่เหมือนกัน จำนวนเงินที่คุณได้รับจริงจึงอาจต่างจากที่คำนวณไว้ล่วงหน้า และตัวเลข ฿10 ต่อ pip ที่ใช้ในบทนี้เป็นเพียงค่ากลางสำหรับอธิบายกลไก ไม่ใช่ตัวเลขที่รับประกันว่าจะได้จริง
การปัดทศนิยมก็เป็นอีกจุดที่ทำให้ตัวเลขคลาดเคลื่อน โบรกเกอร์บางแห่งแสดงราคาถึงทศนิยมตำแหน่งที่ห้า ทำให้ pip ย่อยลงไปอีก และการปัดเศษในการคำนวณอาจทำให้ผลลัพธ์ต่างกันเล็กน้อย ก่อนเปิดออเดอร์จริง ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ว่าคิดสเปรดและค่าธรรมเนียมอย่างไร เพราะไม่มีมาตรฐานเดียวที่ทุกแห่งใช้เหมือนกัน
ทำไมคู่สกุลเงินอื่นจึงให้ค่า pip ต่างจาก USD/THB
ค่า pip ไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดล็อตอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าคู่สกุลเงินนั้นมีสกุลใดเป็นตัว quote ด้วย ในคู่ USD/THB ตัวเลขสุดท้ายของราคาคือสตางค์ของเงินบาท จึงเทียบตรงกับบาทได้ทันที แต่คู่ที่ quote เป็น USD เช่น EUR/USD จะให้ค่า pip เป็นดอลลาร์สหรัฐก่อน แล้วต้องแปลงกลับเป็นบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยนอีกชั้นหนึ่ง
ยกตัวอย่าง EUR/USD ที่ราคาราว 1.0850 หนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐานมีค่า 10 ดอลลาร์สหรัฐ ถ้าอัตรา USD/THB อยู่ที่ 36.4500 แปลว่า 10 ดอลลาร์สหรัฐคิดเป็น 10 x 36.4500 = ฿364.50 ต่อ pip ตัวเลขนี้ต่างจาก ฿10 ของ USD/THB มาก เพราะผ่านการแปลงสกุลสองครั้ง
เมื่ออัตรา USD/THB ขยับ ค่า pip ของคู่ที่ quote เป็นดอลลาร์ก็ขยับตามไปด้วย ราคา 36.4500 กับ 35.0000 ให้ผลไม่เท่ากันสำหรับจำนวน pip เท่ากัน ดังนั้นตัวเลขที่คำนวณไว้เมื่อวานอาจใช้กับวันนี้ไม่ได้
วิธีคิดที่ใช้ได้กับทุกคู่คือ ดูว่าสกุลใดเป็นตัว quote ของสัญญา แล้วแปลงค่านั้นเป็นบาทด้วยอัตราที่ใช้จริงตอนนั้น ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคู่และทุกวัน เพราะอัตราแลกเปลี่ยนเองก็เคลื่อนไหวอยู่ตลอด
การรู้จุดนี้ช่วยให้เทียบสองเทรดได้อย่างเป็นธรรม เทรดที่ให้ pip มากกว่าอาจให้เงินบาทน้อยกว่า ถ้าคู่สกุลเงินนั้นมีค่า pip ต่อหน่วยต่ำกว่า การนับ pip อย่างเดียวจึงไม่บอกขนาดของผลลัพธ์
หนึ่ง pip บน 0.10 ล็อต คิดเป็น ฿1
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดสัญญาต่อหนึ่งล็อตมาตรฐาน | 100,000 หน่วย | ขนาดมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไปในคู่ USD/THB |
| หนึ่ง pip ในราคา | 0.0001 | ตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่สี่ของราคา USD/THB |
| หนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐาน | ฿10 | 100,000 x 0.0001 = 10 บาท |
| ขนาดที่ใช้ในตัวอย่างนี้ | 0.10 ล็อต | หนึ่งในสิบของหนึ่งล็อตมาตรฐาน |
| หนึ่ง pip บน 0.10 ล็อต | ฿1 | ฿10 x 0.10 = ฿1 |
| ยี่สิบ pip บน 0.10 ล็อต | ฿20 | ฿1 x 20 = ฿20 |
| ยี่สิบ pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐาน | ฿200 | ฿10 x 20 = ฿200 |
ตัวเลขเหล่านี้อาจต่างจากที่โบรกเกอร์แสดง เพราะแต่ละแห่งคิดสเปรด ค่าธรรมเนียม และการปัดทศนิยมไม่เหมือนกัน และราคาที่คุณซื้อกับราคาที่คุณขายมักไม่เท่ากัน
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
สี่ขั้นตอนต่อไปนี้จะพาคุณคำนวณมูลค่าต่อ pip และผลตอบแทนจากการเคลื่อนไหวของราคา โดยใช้เฉพาะการคูณและการหารง่าย ๆ ทำตามลำดับ
- 01
ระบุขนาดล็อตที่ต้องการใช้
เลือกขนาดล็อตที่จะเทรด เช่น 1 ล็อตมาตรฐาน, 0.10 ล็อต หรือ 0.01 ล็อต เขียนตัวเลขนี้ลงกระดาษ ขนาดล็อตคือจำนวนหน่วยของสกุลเงินฐานที่คุณกำลังแลกเปลี่ยน
- 02
คูณขนาดล็อตกับขนาด pip
สำหรับ USD/THB หนึ่ง pip เท่ากับ 0.0001 บาทต่อดอลลาร์ นำขนาดล็อตคูณ 0.0001 เช่น 100,000 คูณ 0.0001 ได้ 10 บาท ผลลัพธ์คือมูลค่าต่อ pip ของเทรดนั้น
- 03
คูณมูลค่าต่อ pip กับจำนวน pip ที่เคลื่อนไหว
สมมติราคาเคลื่อนไหว 20 pip ให้นำมูลค่าต่อ pip คูณ 20 เช่น 10 บาท คูณ 20 ได้ 200 บาท ตัวเลขนี้คือผลตอบแทนก่อนหักต้นทุน
- 04
หักสเปรดและค่าธรรมเนียม
ตรวจสอบสเปรดและค่าธรรมเนียมจากโบรกเกอร์ แล้วนำมาหักออกจากผลตอบแทนที่คำนวณได้ จำนวนที่เหลือคือกำไรหรือขาดทุนสุทธิโดยประมาณ ตัวเลขเหล่านี้อาจแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์
- 05
ตรวจสอบกับใบยืนยันของโบรกเกอร์
หลังเปิดออเดอร์ ให้ดูใบยืนยันหรือหน้าจอที่แสดงผลกำไรขาดทุนของโบรกเกอร์ นำมาเทียบกับที่คำนวณไว้ หากต่างกัน ให้ดูว่าส่วนต่างมาจากสเปรด ค่าธรรมเนียม หรือการปัดทศนิยม
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
หลายคนจำว่า 20 pip คือจำนวนเงินเท่ากันเสมอ แล้วคาดหวังผลตอบแทนเท่าเดิมทั้งที่ลดขนาดล็อตลง สิ่งที่ควรทำคือคำนวณมูลค่าต่อ pip จากขนาดล็อตและคู่สกุลเงินของเทรดนั้นก่อนเปิดออเดอร์ ทดลองคำนวณด้วยกระดาษหรือเครื่องคิดเลขก่อนลงมือจริง และตรวจสอบกับโบรกเกอร์ว่ามีค่าธรรมเนียมใดบวกเพิ่มอีกหรือไม่ตรวจสอบตัวเอง
ถ้าเทรด 0.10 ล็อต บน USD/THB แล้วราคาเคลื่อน 20 pip คิดเป็นเงินบาทเท่าไร
หนึ่ง pip บน 0.10 ล็อต = ฿10 x 0.10 = ฿1 ดังนั้น 20 pip = ฿1 x 20 = ฿20
ถ้าเทรดหนึ่งล็อตมาตรฐาน แล้วราคาเคลื่อน 20 pip คิดเป็นเงินบาทเท่าไร
หนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐาน = ฿10 ดังนั้น 20 pip = ฿10 x 20 = ฿200
ถ้าเทรด 0.10 ล็อต แล้วราคาเคลื่อน 20 pip คิดเป็นเงินบาทเท่าไร
หนึ่ง pip บน 0.10 ล็อต = ฿1 ดังนั้น 20 pip = ฿1 x 20 = ฿20
คำถามที่มักตามมา
ทำไมหนึ่ง pip บน USD/THB ถึงคิดเป็น ฿10 พอดี
เพราะหนึ่งล็อตมาตรฐานในคู่ USD/THB มีขนาด 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน ซึ่งคือดอลลาร์สหรัฐ และหนึ่ง pip ในคู่นี้เท่ากับ 0.0001 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อคูณ 100,000 กับ 0.0001 จึงได้ 10 บาทพอดี ตัวเลขนี้มาจากการคูณสองค่าข้างต้น ไม่ได้มาจากการกำหนดตายตัวของโบรกเกอร์ เมื่อขนาดล็อตหรือคู่สกุลเงินเปลี่ยน ตัวเลขนี้ก็เปลี่ยนตาม
ถ้าเทรดคู่สกุลเงินอื่น มูลค่าต่อ pip ยังเป็น ฿10 หรือไม่
ไม่ เพราะ ฿10 ต่อ pip ใช้ได้เฉพาะคู่ USD/THB ที่มีหน่วยนับเป็นบาทต่อดอลลาร์ คู่อื่นเช่น EUR/USD มีหน่วยนับเป็นดอลลาร์สหรัฐ จึงต้องแปลงมูลค่ากลับเป็นบาทด้วยอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ในขณะนั้นก่อน อัตรานี้เปลี่ยนตลอดเวลา มูลค่าต่อ pip ของคู่อื่นจึงไม่คงที่ และควรคำนวณใหม่ทุกครั้งก่อนเปิดออเดอร์
หนึ่ง pip กับหนึ่งจุด ต่างกันอย่างไร
จุดมักหมายถึงตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งสุดท้ายที่โบรกเกอร์แสดงบนหน้าจอ ซึ่งอาจละเอียดกว่าหนึ่ง pip หลายเท่า โบรกเกอร์บางแห่งแสดงราคา USD/THB ถึงทศนิยมตำแหน่งที่ห้า ในกรณีนั้นหนึ่ง pip จะกินพื้นที่หลายจุดบนหน้าจอ จำนวนจุดต่อ pip จึงไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์ ควรดูจากหน้าจอของโบรกเกอร์ที่ใช้จริงว่าหนึ่ง pip ตรงกับกี่จุด
ทำไมราคาที่ซื้อกับราคาที่ขายไม่เท่ากัน
ส่วนต่างนี้เรียกว่าสเปรด เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ ราคาที่คุณซื้อจะสูงกว่าราคาที่คุณขายเสมอในระดับหนึ่ง ทำให้กำไรส่วนแรกถูกสเปรดกินไปก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการ ขนาดของสเปรด differs ไปตามโบรกเกอร์และช่วงเวลา ผลตอบแทนสุทธิจึงน้อยกว่าที่คำนวณจาก pip เพียงอย่างเดียว
ต้องรู้มูลค่าต่อ pip ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั้งไหม
ควรรู้ เพราะมูลค่าต่อ pip บอกว่าการเคลื่อนไหวหนึ่งหน่วยของราคาคิดเป็นเงินบาทเท่าไรในเทรดนั้น เมื่อรู้แล้วจึงเทียบได้ว่าขาดทุนหรือกำไรกี่บาทจากระยะที่ราคาเคลื่อนจริง วิธีคำนวณคือเอามูลค่าต่อ pip คูณกับจำนวน pip ที่เคลื่อนไหว ตัวเลขนี้ยังช่วยให้เทียบสองเทรดที่มีขนาดล็อตต่างกันได้อย่างถูกต้อง
โบรกเกอร์คิดค่าอะไรอีกนอกจากสเปรด
โบรกเกอร์แต่ละแห่งอาจมีค่าธรรมเนียมอื่น เช่น ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืน ซึ่งเรียกเก็บไม่เหมือนกัน บางแห่งรวมค่าใช้จ่ายไว้ในสเปรด บางแห่งแยกเรียกเป็นรายการ จำนวนเงินที่ได้รับจริงจึงอาจต่างจากที่คำนวณไว้ล่วงหน้า ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์โดยตรงว่ามีค่าใช้จ่ายใดบวกเพิ่มอีกหรือไม่ เพราะตัวเลข ฿10 ต่อ pip ในบทนี้เป็นเพียงค่ากลางสำหรับอธิบายกลไก
ใน ประเทศไทย
- สกุลเงินที่ใช้อ้างอิงในบทนี้
- บาท (THB) เขียนแทนด้วย ฿
- เครื่องมือในตัวอย่าง
- USD/THB ราคาราว 36.4500
- หน่วยงานกำกับดูแล
- SEC Thailand
- หนึ่ง pip บนหนึ่งล็อตมาตรฐานของ USD/THB
- ฿10 (100,000 x 0.0001)
- ช่องทางฝากถอนที่พบได้ทั่วไป
- โอนผ่านธนาคาร และ PromptPay
คำที่ใช้ในหน้านี้
- pip
- หน่วยราคามาตรฐานที่เล็กที่สุดที่ใช้บอกว่าราคาเคลื่อนไปเท่าไร สำหรับ USD/THB หนึ่ง pip เท่ากับ 0.0001 บาทต่อดอลลาร์ มูลค่าเป็นเงินของหนึ่ง pip ขึ้นอยู่กับขนาดล็อตที่เทรด
- ล็อต
- หน่วยนับขนาดการเทรด หนึ่งล็อตมาตรฐานในคู่ USD/THB มีขนาด 100,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน เมื่อลดขนาดล็อตลง มูลค่าต่อ pip จะลดลงตามสัดส่วนเดียวกัน
- ไมโครล็อต
- ขนาดล็อตเล็กที่สุดที่มักใช้กัน คือ 0.01 ล็อต หรือ 1,000 หน่วยของสกุลเงินฐาน บน USD/THB มูลค่าต่อ pip ของขนาดนี้คือ ฿0.10
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาที่คุณซื้อกับราคาที่คุณขาย เป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นทันทีเมื่อเปิดออเดอร์ ขนาดของสเปรด differs ไปตามโบรกเกอร์และช่วงเวลา
- ค่าถือข้ามคืน
- ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์บางแห่งเรียกเก็บเมื่อถือออเดอร์ข้ามวัน ไม่ใช่ทุกแห่งที่คิด และอัตราไม่เท่ากัน ควรตรวจสอบกับโบรกเกอร์ที่ใช้จริง
สิ่งที่ควรจดจำ
- หนึ่ง pip บน USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐานเท่ากับ ฿10 เพราะ 100,000 คูณ 0.0001 ได้ 10 พอดี
- มูลค่าต่อ pip เปลี่ยนตามขนาดล็อตแบบสัดส่วนเดียวกัน 0.10 ล็อตได้ ฿1 และ 0.01 ล็อตได้ ฿0.10
- จำนวน pip เป็นเพียงระยะทางของราคา ต้องคูณกับมูลค่าต่อ pip ของเทรดนั้นจึงเป็นจำนวนเงิน
- สเปรดและค่าธรรมเนียมทำให้เงินที่ได้จริงน้อยกว่าที่คำนวณจาก pip เพียงอย่างเดียว และแต่ละโบรกเกอร์คิดไม่เหมือนกัน