คริปโต CFD: บิตคอยน์โดยไม่ต้องมีกระเป๋า
ตัวอย่างคิดเป็นเงินบาททั้งหมด โดยใช้ USD/THB ที่ประมาณ 36.4500 และขนาด 0.01 ล็อตบน BTCUSD เพื่อให้เห็นว่าต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่ราคาที่คุณเห็นบนจอ
ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทุกคืนที่ถือสถานะ
ค่าธรรมเนียมถือครองคือค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์คิดเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน มันคิดจากมูลค่าสัญญา ไม่ใช่จากกำไรหรือขาดทุนของคุณ มูลค่าสัญญาคือราคาสินค้าคูณขนาดสถานะคูณอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ถ้าถือ 0.01 ล็อต BTCUSD ที่ราคา 60,000.00 และ USD/THB เท่ากับ 36.4500 มูลค่าสัญญาคือ 600.00 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00 ถ้าค่าธรรมเนียมถือครอง 0.1% ต่อคืน คิดเป็น ฿21.87 ต่อคืน
อัตราค่าธรรมเนียมถือครองไม่เท่ากันทุกโบรกเกอร์ บางแห่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีแล้วหารด้วย 365 บางแห่งคิดเป็นอัตราคงที่ต่อคืน บางแห่งคิดสามเท่าในวันศุกร์เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ คุณต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เอง เพราะตัวเลขนี้เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ลองคิดย้อนกลับง่าย ๆ ถ้าคุณถือ 0.01 ล็อตสิบคืนที่อัตรา 0.1% ต่อคืน ค่าใช้จ่ายคือ ฿21.87 คูณ 10 เท่ากับ ฿218.70 ตัวเลขนี้ยังไม่รวมสเปรด สเปรดคือส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่คุณจ่ายทันทีตอนเปิดสถานะ
สเปรดและสภาพคล่องนอกเวลาทำการ
ตลาดคริปโตซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง แต่สภาพคล่องไม่เท่ากันในแต่ละช่วง สภาพคล่องคือปริมาณคำสั่งซื้อขายที่รอจับคู่อยู่ในตลาด ช่วงที่คนซื้อขายน้อย ราคาจะแกว่งแรงกว่าและสเปรดจะกว้างกว่า
สเปรดที่กว้างขึ้นหมายถึงคุณขาดทุนทันทีที่เปิดสถานะมากขึ้น สมมติสเปรดปกติของ BTCUSD คือ 20.00 จุด และช่วงสุดสัปดาห์กว้างเป็น 60.00 จุด ส่วนต่าง 40.00 จุดนั้นคือต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ถ้าคุณเทรด 0.01 ล็อต มูลค่าต่อจุดคิดจากขนาดสถานะ ไม่ใช่จากราคาเต็ม ตัวเลขต่อจุดจึงแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์
ไม่มีกฎตายตัวว่าสเปรดจะกว้างเท่าไรในแต่ละช่วง เพราะแต่ละโบรกเกอร์กำหนดจากผู้ให้สภาพคล่องของตัวเอง วิธีที่ทำได้คือเปิดตารางเวลาซื้อขายของโบรกเกอร์ และดูสเปรดจริงบนแพลตฟอร์มก่อนส่งคำสั่ง ไม่ใช่ดูจากโฆษณา
มาร์จิ้นและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น
มาร์จิ้นคือเงินประกันที่ถูกกันไว้เมื่อคุณเปิดสถานะ โบรกเกอร์กำหนดอัตรามาร์จิ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา ถ้ามูลค่าสัญญาคือ ฿21,870.00 และมาร์จิ้น 5% เงินที่ถูกกันไว้คือ ฿21,870.00 คูณ 0.05 เท่ากับ ฿1,093.50 ตัวเลขนี้ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม มันเป็นเงินของคุณที่ถูกกันไว้
เมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง มาร์จิ้นที่ใช้ได้จะลดลง ถ้าเหลือน้อยกว่าเกณฑ์ที่โบรกเกอร์กำหนด โบรกเกอร์อาจเรียกให้เติมเงินหรือปิดสถานะบางส่วน เกณฑ์นี้เรียกว่ามาร์จิ้นคอล และแต่ละโบรกเกอร์ตั้งไม่เท่ากัน
ช่วงสุดสัปดาห์ราคาอาจกระโดดเมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ คำสั่งหยุดขาดทุนอาจไม่ทำงานที่ราคาที่ตั้งไว้ เพราะราคาเปิดอาจห่างจากราคาปิดมาก วิธีลดความเสี่ยงคือลดขนาดสถานะก่อนวันหยุด และเผื่อเงินในบัญชีมากกว่าที่โบรกเกอร์เรียกอย่างน้อยสองเท่า
ราคาเปิดวันจันทร์คิดจากอะไร
ราคาเปิดของ CFD บิตคอยน์ในวันจันทร์ไม่ได้ต่อเนื่องจากราคาปิดวันศุกร์โดยตรง เพราะตลาดเหรียญจริงซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงวันเสาร์และวันอาทิตย์ โบรกเกอร์จึงอ้างอิงราคาจากตลาดนั้นแล้วบวกส่วนต่างของตัวเองเข้าไป ช่องว่างระหว่างราคาปิดวันศุกร์กับราคาเปิดวันจันทร์จึงเกิดขึ้นได้เสมอ และช่องว่างนี้ไม่เกี่ยวกับทิศทางที่คุณวิเคราะห์ไว้เลย
ถ้าถือ 0.01 ล็อต BTCUSD มูลค่าสัญญาที่ 60,000.00 คูณ 0.01 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00 ถ้าราคาเปิดวันจันทร์ต่างจากราคาปิด 1% มูลค่าสัญญาจะเปลี่ยนประมาณ ฿218.70 คิดจาก ฿21,870.00 คูณ 0.01 ตัวเลขนี้เทียบได้กับค่าธรรมเนียมถือครองหลายคืนรวมกัน
จำนวนคืนที่ถือสถานะนับตามปฏิทิน ไม่ใช่วันซื้อขาย คืนวันเสาร์และวันอาทิตย์จึงถูกคิดด้วย ถ้าค่าธรรมเนียมถือครอง 0.1% ต่อคืน สองวันสุดสัปดาห์คิดเป็น ฿43.74 จาก ฿21,870.00 คูณ 0.002 โบรกเกอร์แต่ละรายคิดอัตราไม่เท่ากัน และบางรายคิดเพิ่มในวันหยุดนักขัตฤกษ์
วิธีที่ทำได้คือเขียนตารางสองคอลัมน์ก่อนเปิดสถานะ คอลัมน์แรกคือค่าธรรมเนียมถือครองต่อคืนเป็นบาท คอลัมน์ที่สองคือส่วนต่างที่คุณยอมรับได้ถ้าราคาเปิดกระโดด ถ้าส่วนต่างที่ยอมรับได้น้อยกว่าค่าธรรมเนียมสองคืน การถือข้ามสุดสัปดาห์ก็ไม่คุ้มตั้งแต่ยังไม่เริ่ม
ต้นทุน 0.01 ล็อต BTCUSD ในหนึ่งคืน
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนาดสัญญา | 0.01 ล็อต | หนึ่งล็อตมาตรฐานของ BTCUSD มักเท่ากับ 1 บิตคอยน์ ขนาดนี้จึงเท่ากับ 0.01 บิตคอยน์ |
| ราคาอ้างอิง BTCUSD | 60,000.00 | สมมติเพื่อการคำนวณ ราคาจริงเปลี่ยนทุกวินาที |
| มูลค่าสัญญา | ฿21,870.00 | 60,000.00 คูณ 0.01 คูณ 36.4500 (USD/THB) |
| มาร์จิ้นที่ต้องใช้ | ฿2,187.00 | ถ้าโบรกเกอร์กำหนดมาร์จิ้น 10% ของมูลค่าสัญญา ตัวเลขนี้จะแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์ |
| ค่าธรรมเนียมถือครองหนึ่งคืน | ฿21.87 | สมมติอัตรา 0.1% ต่อคืนของมูลค่าสัญญา อัตราจริงแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละวัน |
| หนึ่งจุดของ USD/THB ต่อ 1 ล็อตมาตรฐาน | ฿10 | 100,000 คูณ 0.0001 ใช้เทียบเมื่อคุณแปลงกำไรขาดทุนเป็นบาท |
| การเคลื่อนไหวช่วงสุดสัปดาห์ | ไม่เท่ากันทุกโบรกเกอร์ | บางโบรกเกอร์ปิดรับคำสั่ง บางแห่งเปิดแต่สเปรดกว้างขึ้นมาก ราคาอาจขยับแรงเมื่อเปิดตลาดวันจันทร์ |
โบรกเกอร์อาจปัดเศษราคา คิดสเปรดเพิ่ม คิดค่าธรรมเนียมถือครองสามเท่าในบางวัน และอาจปรับมาร์จิ้นระหว่างถือสถานะ ตัวเลขทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่าง
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
สี่ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นลำดับที่คุณทำได้จริงก่อนเปิดสถานะ CFD บนบิตคอยน์หนึ่งครั้ง โดยคิดเป็นเงินบาททุกขั้น
- 01
คำนวณมูลค่าสัญญาเป็นบาท
เอาราคาสินค้าคูณขนาดสถานะ แล้วคูณอัตรา USD/THB ที่คุณเห็นตอนนั้น ตัวอย่าง 60,000.00 คูณ 0.01 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00 ตัวเลขนี้เป็นฐานของทุกค่าใช้จ่ายที่ตามมา
- 02
หาค่าธรรมเนียมถือครองต่อคืน
เปิดตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์และหาอัตราต่อคืน เอามูลค่าสัญญาคูณอัตรานั้น ตัวอย่าง ฿21,870.00 คูณ 0.001 เท่ากับ ฿21.87 ต่อคืน คูณด้วยจำนวนคืนที่คุณคิดว่าจะถือ
- 03
ตรวจสเปรดก่อนส่งคำสั่ง
ดูสเปรดจริงบนแพลตฟอร์ม ไม่ใช่ตัวเลขโฆษณา เปรียบเทียบช่วงเวลาปกติกับช่วงสุดสัปดาห์ ถ้าสเปรดกว้างขึ้นหลายเท่า ให้ลดขนาดสถานะหรือเลื่อนเวลาเปิด
- 04
เผื่อมาร์จิ้นเกินเกณฑ์
คำนวณมาร์จิ้นที่โบรกเกอร์เรียก แล้วเตรียมเงินไว้อย่างน้อยสองเท่าของจำนวนนั้น วิธีนี้ช่วยให้คุณไม่ถูกปิดสถานะจากความผันผวนชั่วคราว ตรวจเกณฑ์มาร์จิ้นคอลของโบรกเกอร์ด้วย เพราะแต่ละแห่งไม่เท่ากัน
- 05
บันทึกต้นทุนรวมก่อนตัดสินใจ
รวมสเปรด ค่าธรรมเนียมถือครอง และมาร์จิ้นที่ถูกกันไว้เป็นตัวเลขเดียว ตัวอย่างหนึ่งคืนบน 0.01 ล็อตมีค่าธรรมเนียมถือครอง ฿21.87 บวกสเปรดที่คุณจ่ายตอนเปิดและปิดสถานะ ถ้าต้นทุนรวมสูงกว่าที่คุณรับได้ ให้ลดขนาดหรือไม่เปิดสถานะ
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
หลายคนคิดว่า CFD บิตคอยน์เหมือนการซื้อเหรียญจริง จึงไม่เผื่อเงินสำหรับค่าธรรมเนียมถือครองและสเปรดที่กว้างขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์ เมื่อราคาเปิดวันจันทร์กระโดด เงินในบัญชีอาจไม่พอและถูกปิดสถานะก่อนที่ราคาจะกลับมา วิธีที่ควรทำคือคำนวณค่าธรรมเนียมถือครองต่อคืนเป็นบาทก่อนเปิดสถานะ เผื่อมาร์จิ้นเพิ่มอย่างน้อยสองเท่าของที่โบรกเกอร์เรียก และตรวจสอบตารางเวลาซื้อขายของโบรกเกอร์ว่าช่วงสุดสัปดาห์มีสเปรดเท่าไรตรวจสอบตัวเอง
ถ้าถือ 0.01 ล็อต BTCUSD ที่ราคา 60,000.00 และ USD/THB เท่ากับ 36.4500 มูลค่าสัญญาเป็นกี่บาท
60,000.00 คูณ 0.01 เท่ากับ 600.00 แล้วคูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00
ถ้าค่าธรรมเนียมถือครอง 0.1% ต่อคืน คิดเป็นกี่บาทต่อคืนจากมูลค่าสัญญา ฿21,870.00
฿21,870.00 คูณ 0.001 เท่ากับ ฿21.87 ต่อคืน
ถ้ากำไรจาก USD/THB 20 จุด บน 1 ล็อตมาตรฐาน คิดเป็นกี่บาท
20 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿200
คำถามที่มักตามมา
ทำไมสเปรดถึงกว้างขึ้นในวันเสาร์อาทิตย์
เพราะปริมาณคำสั่งซื้อขายที่รอจับคู่ในตลาดน้อยลง ช่วงที่คนซื้อขายน้อย ราคาจะแกว่งแรงกว่าและสเปรดจะกว้างกว่า สเปรดที่กว้างขึ้นหมายถึงคุณขาดทุนทันทีที่เปิดสถานะมากขึ้น ไม่มีกฎตายตัวว่าสเปรดจะกว้างเท่าไรในแต่ละช่วง เพราะแต่ละโบรกเกอร์กำหนดจากผู้ให้สภาพคล่องของตัวเอง วิธีที่ทำได้คือเปิดตารางเวลาซื้อขายของโบรกเกอร์ และดูสเปรดจริงบนแพลตฟอร์มก่อนส่งคำสั่ง ไม่ใช่ดูจากโฆษณา
ถ้าถือสถานะข้ามคืนหลายวัน ค่าใช้จ่ายจะคิดอย่างไร
ค่าธรรมเนียมถือครองคิดจากมูลค่าสัญญา ไม่ใช่จากกำไรหรือขาดทุนของคุณ มูลค่าสัญญาคือราคาสินค้าคูณขนาดสถานะคูณอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ถ้าถือ 0.01 ล็อต BTCUSD ที่ราคา 60,000.00 และ USD/THB เท่ากับ 36.4500 มูลค่าสัญญาคือ 600.00 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00 ถ้าค่าธรรมเนียมถือครอง 0.1% ต่อคืน คิดเป็น ฿21.87 ต่อคืน ถ้าถือสิบคืน ค่าใช้จ่ายคือ ฿21.87 คูณ 10 เท่ากับ ฿218.70 ตัวเลขนี้ยังไม่รวมสเปรด
มาร์จิ้นที่ถูกกันไว้คือเงินที่หายไปหรือไม่
ไม่ใช่ มาร์จิ้นคือเงินประกันที่ถูกกันไว้เมื่อคุณเปิดสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม มันยังเป็นเงินของคุณ แต่ถูกกันไว้ไม่ให้ใช้ทำอย่างอื่น โบรกเกอร์กำหนดอัตรามาร์จิ้นเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา ถ้ามูลค่าสัญญาคือ ฿21,870.00 และมาร์จิ้น 5% เงินที่ถูกกันไว้คือ ฿21,870.00 คูณ 0.05 เท่ากับ ฿1,093.50 เมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง มาร์จิ้นที่ใช้ได้จะลดลง ถ้าเหลือน้อยกว่าเกณฑ์ที่โบรกเกอร์กำหนด โบรกเกอร์อาจเรียกให้เติมเงินหรือปิดสถานะบางส่วน
ทำไมคำสั่งหยุดขาดทุนอาจไม่ทำงานในช่วงสุดสัปดาห์
เพราะช่วงสุดสัปดาห์ราคาอาจกระโดดเมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ คำสั่งหยุดขาดทุนอาจไม่ทำงานที่ราคาที่ตั้งไว้ เพราะราคาเปิดอาจห่างจากราคาปิดมาก วิธีลดความเสี่ยงคือลดขนาดสถานะก่อนวันหยุด และเผื่อเงินในบัญชีมากกว่าที่โบรกเกอร์เรียกอย่างน้อยสองเท่า คุณต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เอง เพราะตัวเลขนี้เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า
ตัวเลขค่าธรรมเนียมถือครองที่โบรกเกอร์ให้มาเชื่อถือได้แค่ไหน
อัตราค่าธรรมเนียมถือครองไม่เท่ากันทุกโบรกเกอร์ บางแห่งคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีแล้วหารด้วย 365 บางแห่งคิดเป็นอัตราคงที่ต่อคืน บางแห่งคิดสามเท่าในวันศุกร์เพื่อชดเชยวันหยุดสุดสัปดาห์ ตัวเลขนี้เปลี่ยนได้โดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า คุณต้องอ่านตารางค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เอง และควรคำนวณค่าธรรมเนียมถือครองต่อคืนเป็นบาทก่อนเปิดสถานะ
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ค่าธรรมเนียมถือครอง
- ค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์คิดเมื่อคุณถือสถานะข้ามคืน มันคิดจากมูลค่าสัญญา ไม่ใช่จากกำไรหรือขาดทุนของคุณ อัตราอาจคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีหรืออัตราคงที่ต่อคืน และอาจสูงขึ้นในบางวัน
- มูลค่าสัญญา
- ราคาสินค้าคูณขนาดสถานะคูณอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ตัวเลขนี้ใช้คำนวณทั้งค่าธรรมเนียมถือครองและมาร์จิ้น ตัวอย่างเช่น 600.00 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿21,870.00
- สเปรด
- ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่คุณจ่ายทันทีตอนเปิดสถานะ สเปรดจะกว้างขึ้นเมื่อสภาพคล่องน้อยลง เช่น ช่วงสุดสัปดาห์ ทำให้ต้นทุนการเปิดสถานะสูงขึ้น
- มาร์จิ้น
- เงินประกันที่ถูกกันไว้เมื่อคุณเปิดสถานะ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม มันเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา และจะลดลงเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง
- มาร์จิ้นคอล
- เกณฑ์ที่โบรกเกอร์กำหนดเมื่อมาร์จิ้นที่ใช้ได้เหลือน้อยเกินไป โบรกเกอร์อาจเรียกให้เติมเงินหรือปิดสถานะบางส่วน แต่ละโบรกเกอร์ตั้งเกณฑ์ไม่เท่ากัน
สิ่งที่ควรจดจำ
- การเทรดบิตคอยน์ผ่าน CFD คือการเทรดส่วนต่างของราคา ไม่ใช่การซื้อเหรียญจริง คุณจึงไม่มีกระเป๋า ไม่มีการโอนเหรียญ และไม่มีค่าธรรมเนียมเครือข่าย
- ค่าใช้จ่ายที่ต้องเผื่อคือค่าธรรมเนียมถือครองรายคืนและสเปรดที่กว้างขึ้นนอกเวลาทำการ ซึ่งคิดจากมูลค่าสัญญา ไม่ใช่จากกำไรของคุณ
- มาร์จิ้นคือเงินประกันที่ถูกกันไว้ ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม และอาจถูกเรียกเพิ่มเมื่อราคาเคลื่อนไหวสวนทาง
- ก่อนเปิดสถานะ ควรคำนวณค่าธรรมเนียมถือครองต่อคืนเป็นบาท เผื่อมาร์จิ้นเพิ่มอย่างน้อยสองเท่าของที่โบรกเกอร์เรียก และตรวจสอบตารางเวลาซื้อขายของโบรกเกอร์