ข้ามไปยังเนื้อหา

การตรวจสอบโบรกเกอร์ในทะเบียนท้องถิ่น

ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้สอนวิธีตรวจสอบว่าโบรกเกอร์ที่เสนอผลิตภัณฑ์ให้คุณนั้นได้รับใบอนุญาตจาก SEC Thailand จริงหรือไม่ และใบอนุญาตนั้นครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอหรือไม่

ตัวอย่างที่ใช้คือคู่เงิน USD/THB ที่ราคาประมาณ 36.4500 โดยหนึ่งจุด (pip) บนหนึ่งล็อตมาตรฐานมีค่า ฿10 (100,000 คูณ 0.0001) ดังนั้นทุกคำตอบจากทะเบียนมีมูลค่าเป็นเงินจริง

เมื่ออ่านจบ คุณจะรู้ว่าต้องพิมพ์อะไรลงในทะเบียน ต้องดูวันที่ใด และคำตอบแบบใดแปลว่าสิทธิ์นั้นไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อ

1SEC Thailand2ตรวจสอบ3บัญชีตรวจสอบ
แผนภาพแสดงขั้นตอนการตรวจสอบแบบง่าย: เปิดทะเบียนของ SEC Thailand ค้นหาชื่อบริษัท บันทึกเลขที่ใบอนุญาตและวันที่ แล้วเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ถูกเสนอ (ภาพนี้เป็นเพียงแผนผัง ไม่ใช่หน้าจอจริง)

สิ่งที่ทะเบียนของ SEC Thailand เก็บไว้ และวันที่ใดที่ต้องอ่าน

ทะเบียนของ SEC Thailand ไม่ได้เก็บเพียงชื่อบริษัท แต่เก็บรายการที่แยกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ ชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต สถานะของใบอนุญาต และวันที่ที่สถานะนั้นมีผล เมื่อเปิดดูรายการหนึ่ง คุณจะเห็นว่าข้อมูลแต่ละช่องตอบคำถามคนละข้อ ชื่อบอกว่าใครถือสิทธิ์ ประเภทบอกว่าสิทธิ์นั้นทำอะไรได้ สถานะบอกว่ายังใช้ได้หรือถูกระงับ และวันที่บอกว่าข้อความนั้นเป็นจริง ณ วันไหน

วันที่สำคัญมีสองตำแหน่ง ตำแหน่งแรกคือวันที่ออกหรือวันที่ปรับปรุงรายการ ซึ่งบอกว่าข้อมูลนี้เก่าแค่ไหน ตำแหน่งที่สองคือวันที่หมดอายุหรือวันที่สถานะสิ้นสุด ถ้ามีระบุไว้ สองวันนี้ไม่ใช่วันเดียวกัน และการอ่านผิดตำแหน่งทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เช่น เห็นปีเก่าแล้วสรุปว่าใบอนุญาตหมดอายุ ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงวันที่ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุด

ให้คัดลอกวันที่ทั้งสองลงในบันทึกของคุณพร้อมกับชื่อนิติบุคคลและเลขที่ใบอนุญาต แล้วเก็บไว้เทียบกับวันที่ที่คุณกำลังจะทำธุรกรรม ถ้าช่องวันที่ว่างหรือไม่มีให้อ่าน ให้ถือว่ายังไม่ยืนยันได้ และควรถาม SEC Thailand โดยตรง อย่าเติมวันที่ขึ้นเองเพราะเห็นว่าเว็บไซต์ดูใหม่

ชื่อนิติบุคคลกับชื่อแบรนด์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน

หน้าเว็บที่โฆษณามักแสดงชื่อแบรนด์ที่จำง่าย แต่ผู้ถือใบอนุญาตในทะเบียนมักเป็นนิติบุคคลที่มีชื่อทางกฎหมายต่างออกไป บางรายใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันหลายประเทศ แต่มีนิติบุคคลคนละแห่งถือใบอนุญาตในแต่ละประเทศ ดังนั้นการค้นด้วยชื่อแบรนด์อาจไม่พบรายการใดเลย ทั้งที่ใบอนุญาตมีอยู่จริง

วิธีที่ตรงกว่าคือหาชื่อนิติบุคคลจากเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ไว้ เช่น ข้อตกลงการเปิดบัญชี หน้าข้อกำหนดการใช้งาน หรือท้ายหน้าเว็บที่มักเขียนชื่อบริษัทจดทะเบียนไว้เล็ก ๆ แล้วนำชื่อนั้นไปค้นในทะเบียน ถ้ายังไม่พบ ให้ลองตัดคำต่อท้ายอย่าง บจก. หรือคำว่า จำกัด ออก แล้วค้นใหม่ เพราะการสะกดในทะเบียนอาจต่างจากที่อื่น

เมื่อพบรายการแล้ว ให้เทียบตัวอักษรของชื่อนิติบุคคลกับเอกสารของคุณทีละคำ รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน ถ้าต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรง จนกว่าจะยืนยันได้ว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกัน อย่าอาศัยความคล้ายของชื่อในการตัดสิน

คำตอบแบบใดที่แปลว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุม

คำตอบจากทะเบียนมีหลายแบบ และแต่ละแบบบอกสิ่งต่างกัน คำตอบที่ชัดคือพบรายการที่ชื่อนิติบุคคลตรงกับเอกสารของคุณ และประเภทใบอนุญาตตรงกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ คำตอบที่ยังไม่ชัดคือพบชื่อ แต่ประเภทใบอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์คนละชนิดกับที่คุณถูกเสนอ กรณีนี้ไม่ใช่การกล่าวหาใคร เพียงแต่หมายความว่าสิทธิ์ที่ระบุไว้ยังไม่ครอบคลุมสิ่งนั้น

อีกแบบคือพบชื่อ แต่สถานะถูกระงับ เพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ และอีกแบบคือไม่พบชื่อเลย ทั้งสองแบบนี้ต่างจากกรณีประเภทไม่ตรง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตของสิทธิ์ แต่อยู่ที่ตัวสิทธิ์เอง จึงต้องหยุดและสอบถามก่อน

ถ้าคำตอบเป็นแบบใดก็ตามที่ไม่ตรงทั้งชื่อและประเภท ให้เขียนคำถามสั้น ๆ ส่งถึง SEC Thailand ระบุชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ และวันที่ที่คุณเห็นรายการนั้น คำตอบที่ได้จะใช้ตัดสินได้ดีกว่าการเดาจากหน้าเว็บ

ถ้าคำตอบในทะเบียนยังไม่ชัด ต้องถามอะไรต่อ

เมื่อพิมพ์ชื่อนิติบุคคลลงในทะเบียนแล้วเจอรายการที่ตรง แต่ช่องผลิตภัณฑ์ยังอ่านไม่ชัด ให้จดเลขที่ใบอนุญาตไว้แล้วส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรถึงโบรกเกอร์ โดยถามตรง ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนออยู่ภายใต้เลขที่ใบอนุญาตนั้นหรือไม่ คำตอบต้องอ้างเลขที่เดียวกันกับที่คุณเห็นในทะเบียน ถ้าตอบด้วยชื่อแบรนด์หรือลิงก์หน้าเว็บแทน ให้ถือว่ายังไม่ตอบคำถาม

คำถามที่สองคือสถานะของนิติบุคคลที่คุณจะโอนเงินให้ เงินที่โอนผ่านธนาคารหรือ PromptPay อาจเข้าบัญชีชื่ออื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลในทะเบียน ให้ขอชื่อบัญชีผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนโอนทุกครั้ง แล้วเทียบกับชื่อนิติบุคคลที่คุณจดไว้ ถ้าชื่อไม่ตรงกัน ให้หยุดและถามกลับก่อน

คำถามที่สามคือช่องทางร้องเรียนเมื่อเกิดข้อพิพาท ให้ถามว่าโบรกเกอร์มีขั้นตอนรับเรื่องภายในกี่วัน และถ้าไม่ได้คำตอบต้องยื่นเรื่องที่ใด คำตอบควรเป็นชื่อหน่วยงาน ไม่ใช่ชื่อฝ่ายบริการลูกค้าของโบรกเกอร์เอง

ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าถือข้ามคืนคิดจากยอดจริง จึงควรถามเป็นตัวเลขเป็นบาท ไม่ใช่เป็นเปอร์เซ็นต์ลอย ๆ ถ้าโบรกเกอร์บอกว่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ให้ขอตัวอย่างคำนวณบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB ที่ราคา 36.4500 เพื่อเทียบกับ ฿10 ต่อจุดที่คุณคำนวณไว้เอง

ตรวจทะเบียนหนึ่งครั้ง ใช้เวลา 6 นาที และประหยัด ฿10 ต่อจุด

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
ชื่อบริษัทที่ถูกเสนอชื่อทางการค้าคัดลอกมาจากหน้าเว็บหรือแอปที่คุณเห็น
เลขที่ใบอนุญาตที่พบมีหรือไม่มีค้นในทะเบียนของ SEC Thailand ด้วยชื่อบริษัท
วันที่ในทะเบียนวันที่สถานะปัจจุบันใช้เทียบว่าข้อมูลยังใช้ได้ ณ วันที่คุณตรวจ
ประเภทผลิตภัณฑ์ที่ระบุตราสารที่ได้รับอนุญาตต้องตรงกับสิ่งที่คุณถูกเสนอ
หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB฿10100,000 คูณ 0.0001
ต้นทุนต่อ 20 จุด฿20020 คูณ ฿10
เงินที่ต้องใช้จริงเมื่อเปิดหนึ่งล็อตมาตรฐานประมาณ ฿3,645,000100,000 คูณ 36.4500

โบรกเกอร์อาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่มจากตัวเลขนี้ และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตัวเลข ฿10 ต่อจุดจึงเป็นค่าคำนวณพื้นฐาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

ลำดับต่อไปนี้คือการตรวจหนึ่งครั้ง ตั้งแต่ค้นชื่อจนถึงบันทึกผล คุณทำตามได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเปิดหน้าอื่นค้างไว้

  1. 01

    รวบรวมชื่อนิติบุคคลและเลขที่ใบอนุญาต

    เปิดเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ไว้ แล้วหาชื่อนิติบุคคลเต็ม ๆ กับเลขที่ใบอนุญาตที่ระบุไว้ ถ้าไม่พบเลขที่ ให้ใช้เฉพาะชื่อนิติบุคคลก่อน แล้วค่อยหาจากทะเบียน

  2. 02

    ค้นในทะเบียนของ SEC Thailand

    พิมพ์ชื่อนิติบุคคลลงในช่องค้นของทะเบียน ถ้าผลออกมาเป็นศูนย์ ให้ตัดคำต่อท้ายอย่าง บจก. หรือ จำกัด ออก แล้วค้นอีกครั้ง อย่าค้นด้วยชื่อแบรนด์เป็นอันดับแรก

  3. 03

    เทียบชื่อทีละคำ

    วางชื่อจากทะเบียนข้างชื่อจากเอกสาร แล้วเทียบทีละคำรวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน ถ้าต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรงจนกว่าจะยืนยันได้

  4. 04

    อ่านประเภทใบอนุญาตและสถานะ

    ดูว่าประเภทใบอนุญาตระบุผลิตภัณฑ์ใด และสถานะยังใช้ได้หรือไม่ แล้วเขียนผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอไว้ข้าง ๆ เพื่อเทียบกันในขั้นถัดไป

  5. 05

    เทียบผลิตภัณฑ์ทีละรายการ

    ถ้าประเภทในทะเบียนไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ให้ถือว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุมสิ่งนั้น และไม่ควรถือว่าการตรวจเสร็จแล้ว

  6. 06

    บันทึกวันที่และคำถาม

    จดวันที่ที่ออกหรือปรับปรุงรายการ วันที่หมดอายุถ้ามี และวันที่ที่คุณตรวจ ถ้าคำตอบยังไม่ตรง ให้เขียนคำถามถึง SEC Thailand พร้อมรายละเอียดทั้งสี่อย่าง

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเห็นโลโก้หรือคำว่า regulated บนหน้าเว็บแล้วเชื่อทันที โดยไม่เปิดทะเบียนของ SEC Thailand ด้วยตัวเอง บางคนค้นด้วยชื่อแบรนด์ที่โฆษณา แต่ในทะเบียนขึ้นชื่อนิติบุคคลอื่น จึงสรุปผิดว่าไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่จริงต้องเทียบชื่อนิติบุคคลให้ตรง วิธีที่ควรทำคือคัดลอกชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต และวันที่จากทะเบียน แล้วเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอทีละรายการ ถ้าประเภทผลิตภัณฑ์ไม่ตรง ให้ถือว่าสิทธิ์นั้นยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณจะซื้อ

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าหนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB เท่ากับ ฿10 แล้ว 35 จุดคิดเป็นเงินเท่าไร

35 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿350

ถ้าเปิดหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB ที่ราคา 36.4500 ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร

100,000 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿3,645,000

ในทะเบียนระบุผลิตภัณฑ์เป็นตราสารประเภทหนึ่ง แต่คุณถูกเสนอผลิตภัณฑ์อีกประเภท หมายความว่าอย่างไร

หมายความว่าสิทธิ์จากใบอนุญาตนั้นไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ควรตรวจสอบกับ SEC Thailand โดยตรงก่อนตัดสินใจ

คำถามที่มักตามมา

ทำไมต้องดูวันที่ในทะเบียน ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท

เพราะวันที่บอกว่าข้อมูลที่เห็นยังเป็นจริง ณ วันไหน ทะเบียนมีทั้งวันที่ปรับปรุงรายการและวันที่สถานะสิ้นสุด ซึ่งเป็นคนละวันกัน ถ้าอ่านผิดตำแหน่งอาจสรุปว่าใบอนุญาตหมดอายุทั้งที่เพิ่งอัปเดตข้อมูล ให้คัดลอกทั้งสองวันไว้เทียบกับวันที่คุณจะทำธุรกรรม ถ้าช่องวันที่ว่าง ให้ถือว่ายังยืนยันไม่ได้และถาม SEC Thailand โดยตรง

ถ้าเจอชื่อแบรนด์ในทะเบียน แต่ชื่อนิติบุคคลไม่ตรงกับเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ ควรทำอย่างไร

อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่มีใบอนุญาต ให้กลับไปหาชื่อนิติบุคคลจากเอกสาร เช่น ข้อตกลงเปิดบัญชี หรือท้ายหน้าเว็บ แล้วนำชื่อนั้นไปค้นใหม่ ลองตัดคำว่า บจก. หรือ จำกัด ออกหากค้นไม่พบ จากนั้นเทียบชื่อทีละคำรวมเครื่องหมายวรรคตอน ถ้ายังต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรงจนกว่าจะยืนยันได้ว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกัน

ถ้าทะเบียนระบุผลิตภัณฑ์เป็นคนละประเภทกับที่ถูกเสนอ หมายความว่าอะไร

หมายความว่าสิทธิ์จากใบอนุญาตนั้นยังไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ผิดกฎเสมอไป แต่คุณควรตรวจสอบกับ SEC Thailand โดยตรงก่อนตัดสินใจ อย่าอาศัยเพียงคำโฆษณาว่า regulated บนหน้าเว็บ เพราะประเภทผลิตภัณฑ์ในทะเบียนคือสิ่งที่ต้องตรงกัน

ถ้าสถานะใบอนุญาตถูกระงับหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังเปิดบัญชีได้ไหม

การเปิดบัญชีได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์และข้อกำหนดของ SEC Thailand ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่คุณทำได้คือตรวจสอบสถานะล่าสุดจากทะเบียนโดยตรง และถาม SEC Thailand ว่าสถานะนั้นมีผลกับผลิตภัณฑ์ที่คุณจะซื้ออย่างไร อย่าตัดสินใจจากข้อมูลเก่าที่ค้างอยู่ในหน้าเว็บ

ค่าใช้จ่ายจริงในการเทรด USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐานคือเท่าไร

ตัวเลข ฿10 ต่อจุดมาจาก 100,000 คูณ 0.0001 ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานเท่านั้น โบรกเกอร์อาจคิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่ม และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายจริงจึงแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา ควรอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์นั้นโดยตรง

ต้องตรวจทะเบียนบ่อยแค่ไหนหลังเปิดบัญชีแล้ว

ควรตรวจก่อนตัดสินใจทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือเงื่อนไขสำคัญ และตรวจซ้ำเมื่อมีเหตุให้สงสัย เช่น หน้าเว็บเปลี่ยนชื่อบริษัท หรือมีประกาศจาก SEC Thailand การตรวจหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 6 นาที และช่วยให้คุณเห็นว่าสิทธิ์ยังตรงกับสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อหรือไม่

In ประเทศไทย

หน่วยเงินที่ใช้ในบทเรียน
บาท เขียนย่อว่า ฿ (THB)
หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ
SEC Thailand
คู่เงินที่ใช้ในตัวอย่าง
USD/THB ราคาประมาณ 36.4500
หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB
฿10 (100,000 คูณ 0.0001)
วิธีชำระเงินที่พบบ่อย
โอนผ่านธนาคาร และ PromptPay

คำที่ใช้ในหน้านี้

ทะเบียน
รายการที่หน่วยงานกำกับดูแลเก็บไว้ให้สาธารณะค้นได้ ในที่นี้คือทะเบียนของ SEC Thailand ซึ่งแสดงชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต สถานะ และวันที่ที่เกี่ยวข้อง
นิติบุคคล
ชื่อทางกฎหมายของบริษัทที่ถือใบอนุญาต ซึ่งมักไม่เหมือนชื่อแบรนด์ที่โฆษณา การเทียบชื่อนิติบุคคลกับเอกสารของคุณจึงเป็นขั้นตอนที่ต้องทำ
สถานะใบอนุญาต
ข้อความในทะเบียนที่บอกว่าใบอนุญาตยังใช้ได้ ถูกระงับ เพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ สถานะนี้อาจเปลี่ยนได้ตามเวลา
จุด
หน่วยเล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวราคา สำหรับ USD/THB หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานคิดเป็น ฿10 จาก 100,000 คูณ 0.0001
ค่าถือข้ามคืน
ค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์อาจคิดเมื่อถือสถานะข้ามวัน ค่านี้ไม่รวมอยู่ในตัวเลข ฿10 ต่อจุด และแต่ละโบรกเกอร์คิดต่างกัน

สิ่งที่ควรจดจำ

  • ทะเบียนของ SEC Thailand บอกได้ทั้งชื่อนิติบุคคล ประเภทใบอนุญาต สถานะ และวันที่ ซึ่งแต่ละช่องตอบคนละคำถาม
  • ชื่อแบรนด์กับชื่อนิติบุคคลไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ให้ค้นด้วยชื่อนิติบุคคลจากเอกสารและเทียบทีละคำ
  • ถ้าประเภทผลิตภัณฑ์ในทะเบียนไม่ตรงกับที่ถูกเสนอ ให้ถือว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุม
  • ตัวเลข ฿10 ต่อจุดเป็นเพียงค่าพื้นฐาน ยังมีค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าถือข้ามคืนที่อาจเพิ่มขึ้น
ถัดไปใน ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรภาษีจากการเทรดในประเทศของคุณ
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ