การตรวจสอบโบรกเกอร์ในทะเบียนท้องถิ่น
ตัวอย่างที่ใช้คือคู่เงิน USD/THB ที่ราคาประมาณ 36.4500 โดยหนึ่งจุด (pip) บนหนึ่งล็อตมาตรฐานมีค่า ฿10 (100,000 คูณ 0.0001) ดังนั้นทุกคำตอบจากทะเบียนมีมูลค่าเป็นเงินจริง
เมื่ออ่านจบ คุณจะรู้ว่าต้องพิมพ์อะไรลงในทะเบียน ต้องดูวันที่ใด และคำตอบแบบใดแปลว่าสิทธิ์นั้นไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อ
สิ่งที่ทะเบียนของ SEC Thailand เก็บไว้ และวันที่ใดที่ต้องอ่าน
ทะเบียนของ SEC Thailand ไม่ได้เก็บเพียงชื่อบริษัท แต่เก็บรายการที่แยกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ ชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต สถานะของใบอนุญาต และวันที่ที่สถานะนั้นมีผล เมื่อเปิดดูรายการหนึ่ง คุณจะเห็นว่าข้อมูลแต่ละช่องตอบคำถามคนละข้อ ชื่อบอกว่าใครถือสิทธิ์ ประเภทบอกว่าสิทธิ์นั้นทำอะไรได้ สถานะบอกว่ายังใช้ได้หรือถูกระงับ และวันที่บอกว่าข้อความนั้นเป็นจริง ณ วันไหน
วันที่สำคัญมีสองตำแหน่ง ตำแหน่งแรกคือวันที่ออกหรือวันที่ปรับปรุงรายการ ซึ่งบอกว่าข้อมูลนี้เก่าแค่ไหน ตำแหน่งที่สองคือวันที่หมดอายุหรือวันที่สถานะสิ้นสุด ถ้ามีระบุไว้ สองวันนี้ไม่ใช่วันเดียวกัน และการอ่านผิดตำแหน่งทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เช่น เห็นปีเก่าแล้วสรุปว่าใบอนุญาตหมดอายุ ทั้งที่ความจริงเป็นเพียงวันที่ปรับปรุงข้อมูลครั้งล่าสุด
ให้คัดลอกวันที่ทั้งสองลงในบันทึกของคุณพร้อมกับชื่อนิติบุคคลและเลขที่ใบอนุญาต แล้วเก็บไว้เทียบกับวันที่ที่คุณกำลังจะทำธุรกรรม ถ้าช่องวันที่ว่างหรือไม่มีให้อ่าน ให้ถือว่ายังไม่ยืนยันได้ และควรถาม SEC Thailand โดยตรง อย่าเติมวันที่ขึ้นเองเพราะเห็นว่าเว็บไซต์ดูใหม่
ชื่อนิติบุคคลกับชื่อแบรนด์ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
หน้าเว็บที่โฆษณามักแสดงชื่อแบรนด์ที่จำง่าย แต่ผู้ถือใบอนุญาตในทะเบียนมักเป็นนิติบุคคลที่มีชื่อทางกฎหมายต่างออกไป บางรายใช้ชื่อแบรนด์เดียวกันหลายประเทศ แต่มีนิติบุคคลคนละแห่งถือใบอนุญาตในแต่ละประเทศ ดังนั้นการค้นด้วยชื่อแบรนด์อาจไม่พบรายการใดเลย ทั้งที่ใบอนุญาตมีอยู่จริง
วิธีที่ตรงกว่าคือหาชื่อนิติบุคคลจากเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ไว้ เช่น ข้อตกลงการเปิดบัญชี หน้าข้อกำหนดการใช้งาน หรือท้ายหน้าเว็บที่มักเขียนชื่อบริษัทจดทะเบียนไว้เล็ก ๆ แล้วนำชื่อนั้นไปค้นในทะเบียน ถ้ายังไม่พบ ให้ลองตัดคำต่อท้ายอย่าง บจก. หรือคำว่า จำกัด ออก แล้วค้นใหม่ เพราะการสะกดในทะเบียนอาจต่างจากที่อื่น
เมื่อพบรายการแล้ว ให้เทียบตัวอักษรของชื่อนิติบุคคลกับเอกสารของคุณทีละคำ รวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน ถ้าต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรง จนกว่าจะยืนยันได้ว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกัน อย่าอาศัยความคล้ายของชื่อในการตัดสิน
คำตอบแบบใดที่แปลว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุม
คำตอบจากทะเบียนมีหลายแบบ และแต่ละแบบบอกสิ่งต่างกัน คำตอบที่ชัดคือพบรายการที่ชื่อนิติบุคคลตรงกับเอกสารของคุณ และประเภทใบอนุญาตตรงกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ คำตอบที่ยังไม่ชัดคือพบชื่อ แต่ประเภทใบอนุญาตเป็นผลิตภัณฑ์คนละชนิดกับที่คุณถูกเสนอ กรณีนี้ไม่ใช่การกล่าวหาใคร เพียงแต่หมายความว่าสิทธิ์ที่ระบุไว้ยังไม่ครอบคลุมสิ่งนั้น
อีกแบบคือพบชื่อ แต่สถานะถูกระงับ เพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ และอีกแบบคือไม่พบชื่อเลย ทั้งสองแบบนี้ต่างจากกรณีประเภทไม่ตรง เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่ขอบเขตของสิทธิ์ แต่อยู่ที่ตัวสิทธิ์เอง จึงต้องหยุดและสอบถามก่อน
ถ้าคำตอบเป็นแบบใดก็ตามที่ไม่ตรงทั้งชื่อและประเภท ให้เขียนคำถามสั้น ๆ ส่งถึง SEC Thailand ระบุชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ และวันที่ที่คุณเห็นรายการนั้น คำตอบที่ได้จะใช้ตัดสินได้ดีกว่าการเดาจากหน้าเว็บ
ถ้าคำตอบในทะเบียนยังไม่ชัด ต้องถามอะไรต่อ
เมื่อพิมพ์ชื่อนิติบุคคลลงในทะเบียนแล้วเจอรายการที่ตรง แต่ช่องผลิตภัณฑ์ยังอ่านไม่ชัด ให้จดเลขที่ใบอนุญาตไว้แล้วส่งคำถามเป็นลายลักษณ์อักษรถึงโบรกเกอร์ โดยถามตรง ๆ ว่าผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนออยู่ภายใต้เลขที่ใบอนุญาตนั้นหรือไม่ คำตอบต้องอ้างเลขที่เดียวกันกับที่คุณเห็นในทะเบียน ถ้าตอบด้วยชื่อแบรนด์หรือลิงก์หน้าเว็บแทน ให้ถือว่ายังไม่ตอบคำถาม
คำถามที่สองคือสถานะของนิติบุคคลที่คุณจะโอนเงินให้ เงินที่โอนผ่านธนาคารหรือ PromptPay อาจเข้าบัญชีชื่ออื่นที่ไม่ใช่นิติบุคคลในทะเบียน ให้ขอชื่อบัญชีผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนโอนทุกครั้ง แล้วเทียบกับชื่อนิติบุคคลที่คุณจดไว้ ถ้าชื่อไม่ตรงกัน ให้หยุดและถามกลับก่อน
คำถามที่สามคือช่องทางร้องเรียนเมื่อเกิดข้อพิพาท ให้ถามว่าโบรกเกอร์มีขั้นตอนรับเรื่องภายในกี่วัน และถ้าไม่ได้คำตอบต้องยื่นเรื่องที่ใด คำตอบควรเป็นชื่อหน่วยงาน ไม่ใช่ชื่อฝ่ายบริการลูกค้าของโบรกเกอร์เอง
ค่าธรรมเนียมการโอนและค่าถือข้ามคืนคิดจากยอดจริง จึงควรถามเป็นตัวเลขเป็นบาท ไม่ใช่เป็นเปอร์เซ็นต์ลอย ๆ ถ้าโบรกเกอร์บอกว่าขึ้นอยู่กับเงื่อนไข ให้ขอตัวอย่างคำนวณบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB ที่ราคา 36.4500 เพื่อเทียบกับ ฿10 ต่อจุดที่คุณคำนวณไว้เอง
ตรวจทะเบียนหนึ่งครั้ง ใช้เวลา 6 นาที และประหยัด ฿10 ต่อจุด
| ขั้นตอน | จำนวน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ชื่อบริษัทที่ถูกเสนอ | ชื่อทางการค้า | คัดลอกมาจากหน้าเว็บหรือแอปที่คุณเห็น |
| เลขที่ใบอนุญาตที่พบ | มีหรือไม่มี | ค้นในทะเบียนของ SEC Thailand ด้วยชื่อบริษัท |
| วันที่ในทะเบียน | วันที่สถานะปัจจุบัน | ใช้เทียบว่าข้อมูลยังใช้ได้ ณ วันที่คุณตรวจ |
| ประเภทผลิตภัณฑ์ที่ระบุ | ตราสารที่ได้รับอนุญาต | ต้องตรงกับสิ่งที่คุณถูกเสนอ |
| หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB | ฿10 | 100,000 คูณ 0.0001 |
| ต้นทุนต่อ 20 จุด | ฿200 | 20 คูณ ฿10 |
| เงินที่ต้องใช้จริงเมื่อเปิดหนึ่งล็อตมาตรฐาน | ประมาณ ฿3,645,000 | 100,000 คูณ 36.4500 |
โบรกเกอร์อาจปัดเศษราคา คิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่มจากตัวเลขนี้ และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ตัวเลข ฿10 ต่อจุดจึงเป็นค่าคำนวณพื้นฐาน ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายทั้งหมด
ทำครั้งเดียว ทีละขั้น
ลำดับต่อไปนี้คือการตรวจหนึ่งครั้ง ตั้งแต่ค้นชื่อจนถึงบันทึกผล คุณทำตามได้ในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเปิดหน้าอื่นค้างไว้
- 01
รวบรวมชื่อนิติบุคคลและเลขที่ใบอนุญาต
เปิดเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ไว้ แล้วหาชื่อนิติบุคคลเต็ม ๆ กับเลขที่ใบอนุญาตที่ระบุไว้ ถ้าไม่พบเลขที่ ให้ใช้เฉพาะชื่อนิติบุคคลก่อน แล้วค่อยหาจากทะเบียน
- 02
ค้นในทะเบียนของ SEC Thailand
พิมพ์ชื่อนิติบุคคลลงในช่องค้นของทะเบียน ถ้าผลออกมาเป็นศูนย์ ให้ตัดคำต่อท้ายอย่าง บจก. หรือ จำกัด ออก แล้วค้นอีกครั้ง อย่าค้นด้วยชื่อแบรนด์เป็นอันดับแรก
- 03
เทียบชื่อทีละคำ
วางชื่อจากทะเบียนข้างชื่อจากเอกสาร แล้วเทียบทีละคำรวมทั้งเครื่องหมายวรรคตอน ถ้าต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรงจนกว่าจะยืนยันได้
- 04
อ่านประเภทใบอนุญาตและสถานะ
ดูว่าประเภทใบอนุญาตระบุผลิตภัณฑ์ใด และสถานะยังใช้ได้หรือไม่ แล้วเขียนผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอไว้ข้าง ๆ เพื่อเทียบกันในขั้นถัดไป
- 05
เทียบผลิตภัณฑ์ทีละรายการ
ถ้าประเภทในทะเบียนไม่ตรงกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ให้ถือว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุมสิ่งนั้น และไม่ควรถือว่าการตรวจเสร็จแล้ว
- 06
บันทึกวันที่และคำถาม
จดวันที่ที่ออกหรือปรับปรุงรายการ วันที่หมดอายุถ้ามี และวันที่ที่คุณตรวจ ถ้าคำตอบยังไม่ตรง ให้เขียนคำถามถึง SEC Thailand พร้อมรายละเอียดทั้งสี่อย่าง
ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเห็นโลโก้หรือคำว่า regulated บนหน้าเว็บแล้วเชื่อทันที โดยไม่เปิดทะเบียนของ SEC Thailand ด้วยตัวเอง บางคนค้นด้วยชื่อแบรนด์ที่โฆษณา แต่ในทะเบียนขึ้นชื่อนิติบุคคลอื่น จึงสรุปผิดว่าไม่มีใบอนุญาต ทั้งที่จริงต้องเทียบชื่อนิติบุคคลให้ตรง วิธีที่ควรทำคือคัดลอกชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต และวันที่จากทะเบียน แล้วเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอทีละรายการ ถ้าประเภทผลิตภัณฑ์ไม่ตรง ให้ถือว่าสิทธิ์นั้นยังไม่ครอบคลุมสิ่งที่คุณจะซื้อตรวจสอบตัวเอง
ถ้าหนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB เท่ากับ ฿10 แล้ว 35 จุดคิดเป็นเงินเท่าไร
35 คูณ ฿10 เท่ากับ ฿350
ถ้าเปิดหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB ที่ราคา 36.4500 ต้องใช้เงินประมาณเท่าไร
100,000 คูณ 36.4500 เท่ากับ ฿3,645,000
ในทะเบียนระบุผลิตภัณฑ์เป็นตราสารประเภทหนึ่ง แต่คุณถูกเสนอผลิตภัณฑ์อีกประเภท หมายความว่าอย่างไร
หมายความว่าสิทธิ์จากใบอนุญาตนั้นไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ควรตรวจสอบกับ SEC Thailand โดยตรงก่อนตัดสินใจ
คำถามที่มักตามมา
ทำไมต้องดูวันที่ในทะเบียน ไม่ใช่แค่ชื่อบริษัท
เพราะวันที่บอกว่าข้อมูลที่เห็นยังเป็นจริง ณ วันไหน ทะเบียนมีทั้งวันที่ปรับปรุงรายการและวันที่สถานะสิ้นสุด ซึ่งเป็นคนละวันกัน ถ้าอ่านผิดตำแหน่งอาจสรุปว่าใบอนุญาตหมดอายุทั้งที่เพิ่งอัปเดตข้อมูล ให้คัดลอกทั้งสองวันไว้เทียบกับวันที่คุณจะทำธุรกรรม ถ้าช่องวันที่ว่าง ให้ถือว่ายังยืนยันไม่ได้และถาม SEC Thailand โดยตรง
ถ้าเจอชื่อแบรนด์ในทะเบียน แต่ชื่อนิติบุคคลไม่ตรงกับเอกสารที่โบรกเกอร์ให้ ควรทำอย่างไร
อย่าเพิ่งสรุปว่าไม่มีใบอนุญาต ให้กลับไปหาชื่อนิติบุคคลจากเอกสาร เช่น ข้อตกลงเปิดบัญชี หรือท้ายหน้าเว็บ แล้วนำชื่อนั้นไปค้นใหม่ ลองตัดคำว่า บจก. หรือ จำกัด ออกหากค้นไม่พบ จากนั้นเทียบชื่อทีละคำรวมเครื่องหมายวรรคตอน ถ้ายังต่างกันแม้เล็กน้อย ให้ถือว่ายังไม่ตรงจนกว่าจะยืนยันได้ว่าเป็นนิติบุคคลเดียวกัน
ถ้าทะเบียนระบุผลิตภัณฑ์เป็นคนละประเภทกับที่ถูกเสนอ หมายความว่าอะไร
หมายความว่าสิทธิ์จากใบอนุญาตนั้นยังไม่ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ที่คุณถูกเสนอ ไม่ได้แปลว่าโบรกเกอร์ผิดกฎเสมอไป แต่คุณควรตรวจสอบกับ SEC Thailand โดยตรงก่อนตัดสินใจ อย่าอาศัยเพียงคำโฆษณาว่า regulated บนหน้าเว็บ เพราะประเภทผลิตภัณฑ์ในทะเบียนคือสิ่งที่ต้องตรงกัน
ถ้าสถานะใบอนุญาตถูกระงับหรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ ยังเปิดบัญชีได้ไหม
การเปิดบัญชีได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์และข้อกำหนดของ SEC Thailand ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงได้ สิ่งที่คุณทำได้คือตรวจสอบสถานะล่าสุดจากทะเบียนโดยตรง และถาม SEC Thailand ว่าสถานะนั้นมีผลกับผลิตภัณฑ์ที่คุณจะซื้ออย่างไร อย่าตัดสินใจจากข้อมูลเก่าที่ค้างอยู่ในหน้าเว็บ
ค่าใช้จ่ายจริงในการเทรด USD/THB หนึ่งล็อตมาตรฐานคือเท่าไร
ตัวเลข ฿10 ต่อจุดมาจาก 100,000 คูณ 0.0001 ซึ่งเป็นค่าพื้นฐานเท่านั้น โบรกเกอร์อาจคิดค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน หรือค่าถือข้ามคืนเพิ่ม และอัตราแลกเปลี่ยน USD/THB ก็เปลี่ยนได้ตลอดเวลา ค่าใช้จ่ายจริงจึงแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา ควรอ่านรายละเอียดค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์นั้นโดยตรง
ต้องตรวจทะเบียนบ่อยแค่ไหนหลังเปิดบัญชีแล้ว
ควรตรวจก่อนตัดสินใจทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หรือเงื่อนไขสำคัญ และตรวจซ้ำเมื่อมีเหตุให้สงสัย เช่น หน้าเว็บเปลี่ยนชื่อบริษัท หรือมีประกาศจาก SEC Thailand การตรวจหนึ่งครั้งใช้เวลาราว 6 นาที และช่วยให้คุณเห็นว่าสิทธิ์ยังตรงกับสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อหรือไม่
In ประเทศไทย
- หน่วยเงินที่ใช้ในบทเรียน
- บาท เขียนย่อว่า ฿ (THB)
- หน่วยงานกำกับดูแลในประเทศ
- SEC Thailand
- คู่เงินที่ใช้ในตัวอย่าง
- USD/THB ราคาประมาณ 36.4500
- หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐาน USD/THB
- ฿10 (100,000 คูณ 0.0001)
- วิธีชำระเงินที่พบบ่อย
- โอนผ่านธนาคาร และ PromptPay
คำที่ใช้ในหน้านี้
- ทะเบียน
- รายการที่หน่วยงานกำกับดูแลเก็บไว้ให้สาธารณะค้นได้ ในที่นี้คือทะเบียนของ SEC Thailand ซึ่งแสดงชื่อนิติบุคคล เลขที่ใบอนุญาต ประเภทใบอนุญาต สถานะ และวันที่ที่เกี่ยวข้อง
- นิติบุคคล
- ชื่อทางกฎหมายของบริษัทที่ถือใบอนุญาต ซึ่งมักไม่เหมือนชื่อแบรนด์ที่โฆษณา การเทียบชื่อนิติบุคคลกับเอกสารของคุณจึงเป็นขั้นตอนที่ต้องทำ
- สถานะใบอนุญาต
- ข้อความในทะเบียนที่บอกว่าใบอนุญาตยังใช้ได้ ถูกระงับ เพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการตรวจสอบ สถานะนี้อาจเปลี่ยนได้ตามเวลา
- จุด
- หน่วยเล็กที่สุดของการเคลื่อนไหวราคา สำหรับ USD/THB หนึ่งจุดบนหนึ่งล็อตมาตรฐานคิดเป็น ฿10 จาก 100,000 คูณ 0.0001
- ค่าถือข้ามคืน
- ค่าใช้จ่ายที่โบรกเกอร์อาจคิดเมื่อถือสถานะข้ามวัน ค่านี้ไม่รวมอยู่ในตัวเลข ฿10 ต่อจุด และแต่ละโบรกเกอร์คิดต่างกัน
สิ่งที่ควรจดจำ
- ทะเบียนของ SEC Thailand บอกได้ทั้งชื่อนิติบุคคล ประเภทใบอนุญาต สถานะ และวันที่ ซึ่งแต่ละช่องตอบคนละคำถาม
- ชื่อแบรนด์กับชื่อนิติบุคคลไม่ใช่สิ่งเดียวกัน ให้ค้นด้วยชื่อนิติบุคคลจากเอกสารและเทียบทีละคำ
- ถ้าประเภทผลิตภัณฑ์ในทะเบียนไม่ตรงกับที่ถูกเสนอ ให้ถือว่าสิทธิ์ยังไม่ครอบคลุม
- ตัวเลข ฿10 ต่อจุดเป็นเพียงค่าพื้นฐาน ยังมีค่าสเปรด ค่าคอมมิชชัน และค่าถือข้ามคืนที่อาจเพิ่มขึ้น