ข้ามไปยังเนื้อหา

การลดลงของทุนและช่วงขาดทุนติดต่อกัน

ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรอ่าน 3 นาที
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้ใน 3 นาทีบทเรียนนี้จะทำให้เห็นเป็นตัวเลขว่า บัญชีหนึ่งบัญชีลดลงจากจุดสูงสุดได้เท่าใด เมื่อขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง และเหตุใดการขาดทุนติดต่อกันจึงเป็นเรื่องปกติของตลาด ไม่ใช่สัญญาณว่ามีอะไรเสียหาย

สมมติบัญชีเริ่มต้นที่ ฿100,000 และคุณเสี่ยง 2% ของบัญชีต่อหนึ่งไม้ นั่นคือ ฿2,000 ต่อไม้ ตัวเลขนี้จะถูกใช้ตลอดทั้งบทเรียน

จุดสูงสุดจุดต่ำสุด−33%+50%อิควิตี้
แผนภาพแสดงเส้นมูลค่าบัญชีที่ไต่ขึ้นและลดลง โดยมีจุดสูงสุดและจุดที่ต่ำกว่า เป็นภาพเชิงสัญลักษณ์ ไม่ใช่ผลการซื้อขายจริง

การวัดการลดลงของทุนจากจุดสูงสุดด้วยตัวเลขจริง

การลดลงของทุนคือผลต่างระหว่างยอดสูงสุดที่บัญชีเคยทำได้กับยอดปัจจุบัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดสูงสุดนั้น สมมติบัญชีขึ้นไปถึง ฿120,000 แล้วลดลงมาเหลือ ฿108,000 ยอดลดลง ฿12,000 คิดเป็น 10% เพราะ ฿12,000 หาร ฿120,000 แล้วคูณ 100 ตัวเลขนี้บอกขนาดของหลุมที่ต้องปีนกลับ ไม่ได้บอกว่าตลาดเป็นอย่างไร

ถ้าเริ่มจาก ฿100,000 และขาดทุน 2% ต่อไม้ติดกัน 6 ไม้ ยอดจะเหลือ ฿88,600 คิดจากการคูณ 0.98 หกครั้ง แล้วคูณ ฿100,000 การลดลงจากจุดสูงสุดคือ ฿11,400 หรือ 11.4% เพราะ ฿11,400 หาร ฿100,000 แล้วคูณ 100 จะเห็นว่าขาดทุนเพียง 2% ต่อไม้ แต่ยอดลดลงมากกว่าที่หลายคนคาดไว้

การจะกลับไปที่ ฿100,000 จาก ฿88,600 ต้องทำกำไร ฿11,400 คิดเป็น 12.9% ของยอดปัจจุบัน เพราะ ฿11,400 หาร ฿88,600 แล้วคูณ 100 ตัวเลข 12.9% มากกว่า 11.4% เพราะฐานคำนวณเล็กลง ยิ่งหลุมลึก การปีนกลับยิ่งต้องใช้เปอร์เซ็นต์มากขึ้น

ช่วงขาดทุนติดต่อกันเกิดขึ้นได้ตามความน่าจะเป็น

ถ้าโอกาสชนะของแต่ละไม้อยู่ที่ 50% ความน่าจะเป็นที่จะขาดทุนติดกัน 6 ไม้ คือ 0.5 ยกกำลัง 6 เท่ากับ 1.5625% หรือประมาณ 1 ใน 64 ครั้งของการทดลองแบบนี้ แต่ละครั้งคือชุดไม้ 6 ไม้ ไม่ได้หมายความว่าใน 64 ชุดจะมีหนึ่งชุดที่ขาดทุนติดกันเสมอไป

ถ้าโอกาสชนะลดลงเหลือ 40% ความน่าจะเป็นที่จะขาดทุน 6 ไม้ติดคือ 0.6 ยกกำลัง 6 เท่ากับ 4.6656% หรือประมาณ 1 ใน 21 ชุด ยิ่งโอกาสชนะต่ำลง จำนวนครั้งที่คาดว่าจะเจอช่วงขาดทุนติดกันก็ยิ่งถี่ขึ้น ตัวเลขนี้คำนวณจากสมมติฐานว่าแต่ละไม้เป็นอิสระต่อกัน

ในทางปฏิบัติ ราคาไม่ได้สุ่มแบบเป็นอิสระเสมอไป ช่วงตลาดเงียบหรือตลาดผันผวนอาจทำให้ผลลัพธ์ของไม้ต่าง ๆ เกี่ยวข้องกันบ้าง ตัวเลข 1 ใน 64 และ 1 ใน 21 จึงเป็นเพียงการประมาณ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเกิดหรือไม่เกิดในบัญชีจริง

ผลของค่าธรรมเนียมและการจดบันทึกต่อการอ่านยอดลดลง

ตัวอย่างก่อนหน้าคำนวณจาก ฿2,000 ต่อไม้ แต่ในบัญชีจริงมีค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันที่โบรกเกอร์อาจคิดเพิ่ม และแต่ละโบรกเกอร์อาจปัดเศษราคาต่างกัน ถ้าค่าสเปรดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตอยู่ที่ ฿10 ต่อไม้ ขาดทุน 20 จุดจะกลายเป็น ฿200 บวก ฿10 เท่ากับ ฿210 ต่อไม้ ยอดลดลงจริงจึงมากกว่าที่คำนวณไว้

การจดบันทึกทุกไม้ควรมีอย่างน้อย cz สี่ตัวเลข คือ ยอดบัญชีก่อนเข้า ราคาเข้า ราคาออก และค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก เมื่อนำยอดปัจจุบันไปเทียบกับยอดสูงสุดในบันทึก จะได้เปอร์เซ็นต์การลดลงของทุนโดยไม่ต้องเดาจากความรู้สึก ตัวเลขจากบันทึกยังช่วยให้เห็นว่าช่วงขาดทุนติดกันเกิดบ่อยแค่ไหนในสภาพตลาดจริง

การรู้ตัวเลขการลดลงของทุนไม่เปลี่ยนความน่าจะเป็นของไม้ถัดไป แต่ช่วยให้ตัดสินใจล่วงหน้าได้ เช่น กำหนดไว้ว่าถ้ายอดลดลงถึง 15% จะลดขนาดความเสี่ยงต่อไม้ลงครึ่งหนึ่ง การตัดสินใจแบบนี้ทำตอนที่ยังไม่ขาดทุน ดีกว่าตัดสินใจตอนที่กำลังขาดทุนติดกันและอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง

ทำไมการลดลงเท่าเดิมจึงต้องใช้กำไรเพิ่มขึ้น

เมื่อบัญชีลดลงจากจุดสูงสุด จำนวนเงินที่ต้องทำกลับคืนจะไม่เท่ากับจำนวนที่หายไป เพราะกำไรคิดจากฐานที่เล็กลง สมมติบัญชีลดจาก ฿100,000 เหลือ ฿80,000 ยอดที่หายไปคือ ฿20,000 หรือ 20% แต่การจะกลับไปที่ ฿100,000 ต้องทำกำไร ฿20,000 จากฐาน ฿80,000 ซึ่งคิดเป็น 25% เพราะ ฿20,000 หาร ฿80,000 แล้วคูณ 100

ตัวเลขนี้คำนวณได้จากสองค่าที่อยู่ข้างหน้าเสมอ คือยอดที่หายไปและยอดที่เหลืออยู่ จึงไม่ต้องอาศัยการประมาณจากความรู้สึก

ถ้ายอดลดลงลึกกว่านี้ ส่วนต่างจะกว้างขึ้นอีก สมมติเหลือ ฿60,000 ต้องทำกำไร ฿40,000 จากฐาน ฿60,000 ซึ่งคิดเป็น 66.7% เพราะ ฿40,000 หาร ฿60,000 แล้วคูณ 100

การขาดทุน 40% จึงต้องใช้กำไรเกือบ 67% เพื่อกลับไปจุดเดิม ไม่ใช่ 40% อย่างที่หลายคนเข้าใจ

เมื่อความเสี่ยงต่อไม้ถูกกำหนดเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของบัญชี ขนาดไม้จะเล็กลงเองเมื่อบัญชีลดลง เงินที่ต้องทำคืนจึงไม่บานปลายเร็วเท่ากรณีที่เพิ่มขนาดไม้ระหว่างช่วงขาดทุน

วิธีอ่านตัวเลขนี้ให้เป็นคือจดยอดจุดสูงสุดไว้ข้างยอดปัจจุบันทุกครั้งที่บันทึกผล แล้วคำนวณทั้งจำนวนเงินและเปอร์เซ็นต์ที่ต้องทำคืนจากยอดที่เหลือจริง

ขาดทุน 6 ครั้งติดกันด้วยความเสี่ยง 2% ต่อไม้

ขั้นตอนจำนวนหมายเหตุ
เงินในบัญชีก่อนเริ่ม฿100,000สมมติฐานตั้งต้นของบทเรียน
ความเสี่ยงต่อหนึ่งไม้฿2,0002% ของ ฿100,000
ขาดทุนครั้งที่ 1฿98,000฿100,000 ลบ ฿2,000
ขาดทุนครั้งที่ 2฿96,000฿98,000 ลบ ฿2,000
ขาดทุนครั้งที่ 3฿94,000฿96,000 ลบ ฿2,000
ขาดทุนครั้งที่ 4฿92,000฿94,000 ลบ ฿2,000
ขาดทุนครั้งที่ 5฿90,000฿92,000 ลบ ฿2,000
ขาดทุนครั้งที่ 6฿88,000฿90,000 ลบ ฿2,000
ยอดลดลงจากจุดสูงสุด฿12,000฿100,000 ลบ ฿88,000
คิดเป็นเปอร์เซ็นต์12%฿12,000 หาร ฿100,000 แล้วคูณ 100

ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันที่โบรกเกอร์อาจคิดเพิ่ม และแต่ละโบรกเกอร์อาจปัดเศษราคาต่างกัน จึงทำให้ยอดจริงต่างจากตัวอย่างได้

ทำครั้งเดียว ทีละขั้น

สี่ขั้นตอนต่อไปนี้เป็นวิธีคำนวณและบันทึกการลดลงของทุนในบัญชีจริง โดยเริ่มจากตัวเลขที่คุณมีอยู่แล้ว

  1. 01

    เขียนยอดสูงสุดและยอดปัจจุบัน

    เปิดบันทึกแล้วเขียนยอดสูงสุดที่บัญชีเคยทำได้ และยอดปัจจุบันไว้คู่กัน สมมติยอดสูงสุดคือ ฿120,000 และยอดปัจจุบันคือ ฿108,000 หาผลต่างได้ ฿12,000 จากนั้นหารด้วย ฿120,000 แล้วคูณ 100 จะได้ 10%

  2. 02

    นับจำนวนไม้ที่ขาดทุนติดกัน

    ย้อนดูบันทึกว่าขาดทุนติดกันกี่ไม้ และแต่ละไม้ขาดทุนกี่บาท รวมเป็น ฿12,000 หรือไม่ ถ้าขาดทุน 6 ไม้ ๆ ละ ฿2,000 รวมเป็น ฿12,000 พอดี ตัวเลขนี้บอกขนาดของช่วงขาดทุน ไม่ได้บอกว่าอะไรเสียหาย

  3. 03

    คำนวณเปอร์เซ็นต์ที่ต้องทำกลับ

    นำผลต่าง ฿12,000 หารด้วยยอดปัจจุบัน ฿108,000 แล้วคูณ 100 จะได้ 11.1% ตัวเลขนี้คือกำไรที่ต้องทำจากยอดปัจจุบันเพื่อกลับไปที่ ฿120,000 สังเกตว่ามากกว่า 10% เพราะฐานคำนวณเล็กลง

  4. 04

    หักค่าธรรมเนียมออกจากกำไรสุทธิ

    ตรวจว่าค่าธรรมเนียมที่ถูกหักไปแล้วรวมอยู่ใน ฿12,000 หรือยัง ถ้ายัง ให้นำค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันต่อไม้มาบวกเพิ่ม สมมติไม้ละ ฿10 หกไม้รวม ฿60 ยอดขาดทุนจริงจะเป็น ฿12,060

  5. 05

    กำหนดระดับเตือนล่วงหน้า

    เขียนตัวเลขไว้ล่วงหน้าว่าถ้าการลดลงของทุนถึงกี่เปอร์เซ็นต์จะทำอะไร เช่น ถึง 15% จะลดความเสี่ยงต่อไม้จาก 2% เหลือ 1% การตัดสินใจไว้ก่อนช่วยให้ไม่ต้องตัดสินใจตอนกำลังขาดทุนติดกัน

  6. 06

    ทบทวนบันทึกทุกสัปดาห์

    นำบันทึกมาเทียบยอดสูงสุดกับยอดปัจจุบันอีกครั้งทุกสัปดาห์ เพื่อดูแนวโน้มของเปอร์เซ็นต์การลดลง ไม่ต้องแก้ไขระบบทุกครั้งที่ขาดทุน ให้ดูว่าตัวเลขยังอยู่ในกรอบที่กำหนดไว้หรือไม่

ข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำตรงนี้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือเมื่อขาดทุนติดต่อกันหลายครั้ง ผู้ลงทุนมักเพิ่มขนาดไม้เพื่อหวังเอาทุนคืนในไม้เดียว ซึ่งทำให้ความเสี่ยงต่อไม้สูงขึ้นและยอดลดลงเร็วขึ้นกว่าตัวอย่างข้างต้น อีกด้านหนึ่งคือการหยุดซื้อขายทันทีเพราะคิดว่าตลาดเสียหรือระบบพัง ทั้งที่การขาดทุนติดต่อกันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามปกติ สิ่งที่ควรทำคือกำหนดความเสี่ยงต่อไม้ไว้ล่วงหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ของบัญชี และจดบันทึกทุกไม้เพื่อดูว่ายอดลดลงจากจุดสูงสุดเท่าใดจริง ไม่ใช่เดาจากความรู้สึก

ตรวจสอบตัวเอง

ถ้าบัญชีมี ฿50,000 และเสี่ยง 2% ต่อไม้ หนึ่งไม้คิดเป็นเงินเท่าใด

฿1,000 เพราะ ฿50,000 คูณ 2 แล้วหาร 100

ถ้าขาดทุน ฿1,000 ติดกัน 4 ครั้ง จากบัญชี ฿50,000 ยอดเหลือเท่าใด และลดลงกี่เปอร์เซ็นต์

เหลือ ฿46,000 เพราะ ฿50,000 ลบ ฿4,000 และลดลง 8% เพราะ ฿4,000 หาร ฿50,000 แล้วคูณ 100

ถ้า USD/THB อยู่ที่ 36.4500 และหนึ่งจุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตเท่ากับ ฿10 การขาดทุน 20 จุดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตคิดเป็นเงินเท่าใด

฿200 เพราะ 20 คูณ ฿10

คำถามที่มักตามมา

ทำไมขาดทุนไม้ละ 2% แต่ยอดลดลงมากกว่า 2%

เพราะแต่ละไม้คิด 2% จากยอดที่เหลืออยู่ ไม่ใช่จากยอดเริ่มต้น หลังขาดทุนไม้แรก ยอดลดลงแล้ว ไม้ถัดไปจึงคิด 2% จากยอดที่เล็กลง แต่ผลรวมของการขาดทุนยังบวกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากตัวอย่าง ฿100,000 ขาดทุน 6 ไม้ติดกันด้วย 2% ต่อไม้ ยอดเหลือ ฿88,600 ลดลง 11.4% ไม่ใช่ 12% พอดี เพราะการคูณ 0.98 หกครั้งไม่ได้เท่ากับการลบ 2% หกครั้ง

ขาดทุนติดกันกี่ไม้จึงถือว่าผิดปกติ

ไม่มีตัวเลขใดบอกว่าผิดปกติ เพราะจำนวนไม้ที่ขาดทุนติดกันขึ้นอยู่กับโอกาสชนะของแต่ละไม้ ถ้าโอกาสชนะ 50% ความน่าจะเป็นที่จะขาดทุน 6 ไม้ติดคือ 1.5625% หรือประมาณ 1 ใน 64 ชุดของ 6 ไม้ ถ้าโอกาสชนะ 40% ตัวเลขนี้เพิ่มเป็น 4.6656% หรือประมาณ 1 ใน 21 ชุด การขาดทุนติดกันจึงเป็นส่วนหนึ่งของความน่าจะเป็น ไม่ใช่หลักฐานว่ามีอะไรเสียหาย

หลังขาดทุนติดกัน ควรเพิ่มขนาดไม้เพื่อเอาทุนคืนหรือไม่

การเพิ่มขนาดไม้ทำให้ความเสี่ยงต่อไม้สูงขึ้น และยอดลดลงเร็วขึ้นกว่าตัวอย่างที่คำนวณจาก 2% คงที่ การเอาทุนคืนในไม้เดียวต้องอาศัยการคาดเดาทิศทางซึ่งไม่แน่นอน สิ่งที่ทำได้คือกำหนดความเสี่ยงต่อไม้เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ไว้ล่วงหน้า แล้วจดบันทึกทุกไม้เพื่อดูยอดลดลงจากจุดสูงสุดจริง ไม่ใช่ตัดสินจากความรู้สึกหลังขาดทุนหลายครั้ง

การลดลงของทุน 15% ต้องทำกำไรกลับกี่เปอร์เซ็นต์

ถ้ายอดสูงสุดคือ ฿100,000 และลดลง 15% ยอดปัจจุบันเหลือ ฿85,000 การกลับไปที่ ฿100,000 ต้องทำกำไร ฿15,000 คิดเป็น 17.6% ของยอดปัจจุบัน เพราะ ฿15,000 หาร ฿85,000 แล้วคูณ 100 ตัวเลข 17.6% มากกว่า 15% เพราะฐานคำนวณเล็กลง ยิ่งหลุมลึก เปอร์เซ็นต์ที่ต้องทำกลับยิ่งสูงขึ้น

ค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันทำให้ยอดลดลงต่างจากตัวอย่างเท่าใด

ตัวอย่างในบทนี้คำนวณจาก ฿2,000 ต่อไม้ ยังไม่รวมค่าสเปรดและค่าคอมมิชชันที่โบรกเกอร์อาจคิดเพิ่ม และแต่ละโบรกเกอร์อาจปัดเศษราคาต่างกัน ถ้าค่าสเปรดบนหนึ่งสแตนดาร์ดล็อตอยู่ที่ ฿10 ต่อไม้ ขาดทุน 20 จุดจะกลายเป็น ฿200 บวก ฿10 เท่ากับ ฿210 ต่อไม้ ยอดลดลงจริงจึงมากกว่าที่คำนวณไว้ ควรดูตัวเลขค่าธรรมเนียมจริงจากโบรกเกอร์ที่ใช้

ควรจดบันทึกอะไรบ้างเพื่อดูการลดลงของทุน

อย่างน้อยควรมีสี่ตัวเลข คือ ยอดบัญชีก่อนเข้า ราคาเข้า ราคาออก และค่าธรรมเนียมที่ถูกหัก เมื่อนำยอดปัจจุบันไปเทียบกับยอดสูงสุดในบันทึก จะได้เปอร์เซ็นต์การลดลงของทุนโดยไม่ต้องเดาจากความรู้สึก ตัวเลขจากบันทึกยังช่วยให้เห็นว่าช่วงขาดทุนติดกันเกิดบ่อยแค่ไหนในสภาพตลาดจริง และช่วยตัดสินใจล่วงหน้า เช่น ลดความเสี่ยงต่อไม้ลงครึ่งหนึ่งเมื่อยอดลดลงถึง 15%

คำที่ใช้ในหน้านี้

การลดลงของทุน
ผลต่างระหว่างยอดสูงสุดที่บัญชีเคยทำได้กับยอดปัจจุบัน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดสูงสุดนั้น ตัวเลขนี้บอกขนาดของหลุมที่ต้องปีนกลับ ไม่ได้บอกว่าตลาดเป็นอย่างไร
ช่วงขาดทุนติดกัน
ลำดับของไม้ที่ขาดทุนต่อเนื่องกันหลายไม้ จำนวนไม้ที่ขาดทุนติดกันเป็นไปตามความน่าจะเป็นของแต่ละไม้ ไม่ได้หมายความว่าระบบเสียหรือตลาดผิดปกติ
โอกาสชนะ
สัดส่วนของไม้ที่คาดว่าจะทำกำไรได้ ถ้าโอกาสชนะ 50% หมายถึงครึ่งหนึ่งของไม้ทั้งหมดที่ทดลองทำกำไร ตัวเลขนี้ใช้คำนวณความน่าจะเป็นที่จะขาดทุนติดกันหลายไม้
ความเสี่ยงต่อไม้
จำนวนเงินที่ยอมเสียได้ในหนึ่งไม้ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดบัญชีปัจจุบัน การกำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ทำให้ขนาดไม้ไม่บานปลายหลังขาดทุนหลายครั้ง
ค่าสเปรด
ส่วนต่างระหว่างราคาซื้อกับราคาขายที่โบรกเกอร์คิดไว้ เป็นต้นทุนที่ถูกหักทุกครั้งที่เข้าและออกไม้ ค่าสเปรดแตกต่างกันในแต่ละโบรกเกอร์และแต่ละช่วงเวลา
การปัดเศษราคา
การปรับทศนิยมของราคาให้เป็นค่าที่โบรกเกอร์กำหนด แต่ละโบรกเกอร์อาจปัดเศษต่างกัน ทำให้ยอดจริงต่างจากตัวอย่างที่คำนวณไว้ได้

สิ่งที่ควรจดจำ

  • การลดลงของทุนวัดจากยอดสูงสุด ไม่ใช่จากยอดเริ่มต้น และบอกขนาดของหลุมที่ต้องปีนกลับ
  • ขาดทุนติดกันหลายไม้เป็นเรื่องของความน่าจะเป็น ไม่ใช่หลักฐานว่ามีอะไรเสียหาย
  • การเพิ่มขนาดไม้หลังขาดทุนทำให้ความเสี่ยงต่อไม้สูงขึ้นและยอดลดลงเร็วขึ้น
  • จดบันทึกทุกไม้เพื่อดูตัวเลขจริง และกำหนดความเสี่ยงต่อไม้เป็นเปอร์เซ็นต์คงที่ไว้ล่วงหน้า
ถัดไปใน ความเสี่ยงและจิตใจ: บัญชีอยู่รอดได้อย่างไรการเรียกหลักประกันและการบังคับปิดสถานะ
การซื้อขายฟอเร็กซ์และ CFD มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญเสียเงิน บัญชีรายย่อยส่วนใหญ่ขาดทุน ไม่มีสิ่งใดที่นี่เป็นการแนะนำให้ซื้อขายหรือการคาดการณ์ผลลัพธ์ใดๆPloyไกด์หลักสูตรของคุณ